ข่าว

เกิดเหตุข่มขืนหลายรายร้องมูลนิธิปวีณาช่วยเหลือ

เกิดเหตุข่มขืนหลายรายร้องมูลนิธิปวีณาช่วยเหลือ

03 ก.ย. 2552

เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ถูกยายนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังพ่อเลี้ยงก่อเหตุข่มขืนด้านตำรวจออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว แม่ขึ้นโรงพักเนินมะปราง แจ้งจับญาติข่มขืนลูกสาวพิการ หลังปล่อยอยู่บ้านคนเดียว พระลูกวัดคลองต่าง พาลูกสาวร้องสื่อ ถูกนักการเมืองท้องถิ่น ข่มขืนนักเรีย

 (3ก.ย.) ที่โรงพยาบาลปทุมธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ได้เข้าเยี่ยมอาการเด็กหญิงจอย (นามสมมุติ) วัย 6 ขวบ   ภูมิลำเนา ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมีนายแพทย์ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.รพ.ปทุมธานี ได้ชี้แจ้ง  ทั้งนี้ เด็กหญิงจอย ถูกนายสิน ไม่ทราบนามสกุล พ่อเลี้ยง มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้างได้ทำการข่มขืน คืนวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนางสะอิ้ง   ( สงวนนามสกุล) อายุ 66 ปี ยาย ได้มาพบเห็นเด็กนอนซมชั้นบนของบ้าน และได้เข้าแจ้งกับ พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์ ผกก.สภ.คลองหลวง ในวันนี้ 3 ก.ย.52 และทางพ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธ์ ผกก.สภ.ได้รับแจ้งความไว้แล้วและได้ขอออกหมายจับจากศาลธัญบุรีจับกุมนายสิน แล้ว แต่ขณะนี้นายสิน ได้หลบหนีไป

 นางสะอิ้ง  ให้การว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านสองชั้นพักอาศัยรวมกันอยู่ 5 คน มีตน และนางวาสนา   ( สงวนนามสกุล) ลูกสาว อายุ 38 ปี แม่ของเด็กหญิงจอย และหลานสาวอีกหนึ่งคนและลูกเขย  โดยนายสิน  ได้ข่มขืนลูกเลี้ยงที่ได้เลี้ยงกันมาตั้งแต่วัย 7 เดือน

 นายแพทย์ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.รพ.ปทุมธานี  กล่าวว่าเด็กมีอวัยวะเพศฉีกขาดมากแพทย์ได้ช่วยเย็บบาดแผลให้แล้ว แต่ต้องรอดูอาการของเด็กก่อนซึ่งตอนนี้เด็กมีอาการเชื่องซึมมากนอนผวาตลอดเวลา และเมื่อจับกุมตัวนายสิน ได้จะต้องนำมาตรวจเลือดหาเชื้อโรค ว่าเป็นโรคอะไรหรือไม่เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเด็กได้

แม่ขึ้นโรงพักเนินมะปราง แจ้งจับญาติข่มขืนลูกสาวพิการ

 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 ก.ย.นางฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ชาว  อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.เชิดพงศ์ พัวศรี พนักงานสอบสวน สภ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ให้ทำการสอบสวนดำเนินคดีกับนายอุทัย มหาสาโร อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.10 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เนื่องจากได้บุกเข้าไปในบ้านข่มขืนน.ส.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นลูกสาว แต่พิการทางร่างกาย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

 จากการสอบสวนนางฟ้า ให้การว่าตนพักอาศัยอยู่กับลูกสาวเพียงลำพังสองคน โดยตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หากวันไหนไม่มีงานทำจะออกไปหาหน่อไม้ เพื่อนำมาประกอบอาหารในบ้าน ทุกครั้งที่ตนออกไปหางานทำหรือออกไปหาหน่อ ตนจะปล่อยให้ลูกสาวอยู่ที่บ้านตามลำพังคนเดียว กระทั่งเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนไม่อยู่บ้านออกไปหาหน่อไม้ จึงปล่อยให้ลูกสาวอยู่คนเดียว

 หลังจากกลับมาบ้าน พบลูกสาวอยู่ในสภาพเปลือยกาย จึงได้สอบถามทราบว่าขณะที่ตนไม่อยู่บ้าน ได้มีนายอุทัย มหาสาโร ซึ่งเป็นญาติลูกพี่ลูกน้องสนิทกัน โดยมีฐานะเป็นน้าของลูกสาวของตน ได้เข้ามาหาลูกสาวในบ้าน พร้อมกับใช้กำลังข่มขืนลูกสาวตน ทั้งที่ลูกสาวของตนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

  นอกจากนั้นลูกสาวยังได้บอกอีกว่า นายอุทัย ได้กระทำข่มขืนลูกสาวตนมาแล้วหลายครั้ง เหตุเกิดช่วงที่ตนไม่อยู่บ้านทุกครั้ง เหตุเกิดมาตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม แต่ไม่กล้าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เนื่องจากกลัวถูกทำร้ายร่างกาย เพราะบางครั้งลูกสาวต้องอยู่บ้านคนเดียว จนล่าสุดในวันที่ 1 ก.ย.ถูกนายอุทัยข่มขืนอีกครั้ง จนทนไม่ได้จึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ตนจึงต้องเข้าแจ้งความต่อตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีถึงที่สุด

 ด้านตำรวจ เบื้องต้นได้รับแจ้งความ ทำการสอบปากคำของมารดาผู้เสียหาย พร้อมได้ไปตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ พร้อมสอบสวนผู้เสียหาย โดยทางตำรวจ ได้เตรียมออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา หากไม่มาจึงขออำนาจศาลออกหมายจับ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 พ.ต.ท.สรศักดิ์ อ้นอารี รอง ผกก. (สส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนรับคดีดังกล่าวไว้แล้ว โดยได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจหายร่องรอยการถูกกระทำชำเรา ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เพื่อนำมาเป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหากระทำลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่ผู้เสียหายกลัวอันตรายจึงไม่มีการแจ้งความ กระทั่งล่าสุดถูกข่มขืนอีก ทางแม่ผู้เสียหายทราบเรื่องจึงได้เข้าแจ้งกับตำรวจ คาดว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาจะมาพบตำรวจตามหมายเรียก ถ้าไม่มาจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับเพื่อทำการจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พระพาลูกสาวร้องสื่อถูกกำนันข่มขืนมาราธอน7ปี

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 ก.ย.พระสุธัมโลพระลูกวัดใน อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย พร้อม ลูกสาว น.ส.ตา (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องในพื้นที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน หลังทราบเรื่องโยมลูกสาวถูกอดีตกำนัน และอดีตนายก อบต.แห่งหนึ่งในพื้นที่ข่มขืนกระทำชำเราและข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องบอกใครมาเป็นเวลานาน 7 ปีเต็ม พร้อมนำลูกสาวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธีปวีณาเพื่อเด็กและสตรี

 พระสุธัมโล กล่าวว่า ทราบเรื่องที่เกิดกับลูกสาวประมาณ 1 สัปดาห์ หลังลูกสาวเล่าให้ฟัง จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวและนำลูกสาวขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา เพราะเกรงอิทธิพลของบุคคลในพื้นที่ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น

 “อาตมาบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แม่และภรรยาที่เสียชีวิต ระยะแรกจำพรรษาอยู่ที่วัดใน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดคลองต่าง หมู่ 1 ต.น้ำขุม อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย ช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา ก่อนบวชได้แต่งงานกับภรรยามีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ น.ส.ตา (นามสมมุติ) แต่อาตมาต้องไปทำงานก่อสร้างอยู่กรุงเทพฯ จนภรรยาล้มป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ไทยรอยด์ ส่งผลให้เป็นอัมพาตช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และเสียชีวิตในที่สุด หลังจากตัดสินใจบวช ได้ฝากลูกสาวให้พี่สาวเลี้ยงดู หากลูกคิดถึงให้มาหาที่วัดได้เป็นบางครั้ง แต่ไม่คิดว่าตลอดระยะเวลาที่เกิดเร็วร้ายกับลูก หลังทราบเรื่องอยากลาสิขาเพื่อดูแลลูกสาว เหมือนคนทั่วไปและเป็นห่วงอนาคตเด็ก แต่ก็เกรงกลัวอิทธิพลนักการเมืองท้องถิ่น แม้แต่ญาติพี่น้องซึ่งอยู่ในหมู่บ้านก็ไม่มีใครกล้าพาไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจเพราะเคยถูกข่มขู่จะทำร้ายมาแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับลูกสาวเพราะสงสารและเวทนาต่อการถูกกระทำย่ำยีในครั้งนี้ เพื่อให้ลูกสาวได้พ้นจากบ่วงกรรมที่ถูกกระทำตลอดมา " พระสุธัมโล กล่าว

 น.ส.ตา(นามสมมุติ) กล่าวว่า  เหตุเกิดตั้งแต่ตนเรียนอยู่ชั้น ป. 4 อายุได้เพียง 9 ขวบ อดีตกำนันและอดีตนายก อบต. ทำทีมาเยี่ยมแม่ที่นอนป่วยเป็นอัมพาตที่บ้าน ตีสนิททำดีกับแม่ วันหนึ่งได้ชวนให้ไปเที่ยวในตัว จ.อุตรดิตถ์ บอกว่าจะพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อขนม เพราะความเป็นเด็กคิดเพียงว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดี ไม่รังเกียจคนยากจน จึงนั่งรถยนต์ไปด้วย

 แต่เมื่อไปถึงตัวจังหวัดกลับพาเข้าโรงแรมข่มขืน เมื่อเสร็จกิจแล้วก็ข่มขู่ไม่ให้ไปบอกกับใครและพากลับมาที่บ้านทำตัวเหมือนปกติไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น และข่มขืน พร้อมขู่ไม่ให้บอกใครมิเช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย และจะซื้อของให้เป็นของปลอบใจ

 “หลังวันนั้นจนถึงปัจจุบัน หนูเรียนอยู่ชั้น ม.4 เหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นกับหนูครั้งแล้วครั้งเล่า โดยจะพาเข้าโรงแรมและม่านรูดในตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ และที่ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย หากไม่ยอมไปด้วยจะแสดงอากาศโมโห ยิ่งหนูไม่ยินยอมตกเป็นของเขา ก็จะเข้าปลุกปล้ำถอดเสื้อกางเกง ใช้มือบีบแขนทั้งข้างจนรู้สึกเจ็บ และต้องยอมตกเป็นของเขาทุกครั้งไป”น.ส.ตา (นามสมมุติ) กล่าวพร้อมใช้มือปาดน้ำตาเป็นระยะๆ

 น.ส.ตา(นามสมมุติ) กล่าวว่า ช่วงที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ทราบข่าวก็เสียใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ ด้วยโรคที่รุมเร้า และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้เรียน ม. 4 ตนเริ่มโตและรู้เรื่อง จึงพยายามตีตัวออกห่าง เวลาเขามาหาที่บ้านและจะพาไปร่วมหลับนอนก็จะหลบหน้า จนล่าสุดกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขามาหาที่บ้านพูดจาข่มขู่และบอกว่าที่หนูทำตัวห่างเพราะติดผู้ชาย หนูอ้อนวอน ขอร้องเขาหลายครั้งไม่อยากไปไหนกับเขาอีก แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อฟัง แต่ไม่กล้าแจ้งความตำรวจ เพราะเขาเป็นคนมีอิทธิพล เป็นที่รู้จักของคนทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งตัวเขาและลูกชายเป็นถึงนักการเมืองท้องถิ่น เกรงจะได้รับอันตรายและไม่ได้รับความเป็นธรรม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าวในพื้นที่แล้ว ญาติของ น.ส.ตา(นามสมมุติ)ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที เพื่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี แทนการแจ้งความดำเนินคดีต่อตำรวจในพื้นที่ เพราะไม่มั่นใจต่อความปลอดภัยของครอบครัวและตัวเด็กหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ