ส.ป.ก. ขออนุมัติ จัดที่ดินให้เกษตรกรผู้ยากไร้ชายแดนใต้
โดย -โต๊ะข่าวเกษตร
หลังจากพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 2/2560 ณห้องประชุมไชยยงค์ชูชาติ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ พร้อมเดินหน้ากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในจังหวัดนราธิวาส เพื่อเร่งแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ตามโครงการจัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน
ผลการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 2/2560 มีเรื่องพิจารณาจำนวน 6 วาระ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
1.ขออนุมัติกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาสต.ดุงชอ ต.ช้างเผือก ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามโครงการจัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน เนื้อที่ประมาณ 1,194 ไร่
2.ขออนุมัติกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ ต.ปูโยะและต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามโครงการจัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน เนื้อที่ประมาณ 546 ไร่
3.ขออนุมัติกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามโครงการจัดหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกิน เนื้อที่ประมาณ 157ไร่
4. การอนุญาตให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะค่าโมง ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.ด่านช้างจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสร้างระบบการกำจัดขยะมูลฝอยเนื้อที่10 ไร่
5. ความก้าวหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559
6.รายงานผลการประชาคมการนำที่ดินรกร้างว่างเปล่า พื้นที่ต.ณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ เนื้อที่ประมาณ 3,347 ไร่ มาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน
ทั้งนี้ ส.ป.ก. นำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยมิชอบด้วยกฏหมาย ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 โดยสอบสวนสิทธิ 63,000 ราย รังวัดที่ดินและผ่านคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด(คปจ.) 43,000 รายมอบส.ป.ก.4-01 63,000 ราย ตรวจสอบการถือครองที่ดิน(12,000,000 ไร่) พัฒนาผู้แทนเกษตรกร 1,630 ราย พัฒนาเกษตรกรโครงการขับเคลื่อนชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง 10,000 ราย และโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ 3,700 ราย ฯลฯ



