
ไทยรุก!! วิจัย "หน้ากากป้องกันสารพิษ"ทางทหาร
ไทยรุก!! วิจัย"หน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร "นักวิจัยมก."ย้ำ!! ภัยอาวุธเคมี ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เผย ทบ.มีหน้ากากป้องกันเคมี-ชีวะ สำหรับการใช้งานได้ 77,310 หน้า
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2560-จากเหตุการณ์การใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรีย ที่เกิดขึ้นและคร่าชีวิตผู้คนล้มตายกว่า 100 คนด้วยแก๊สซาริน เหตุการณ์ครั้งนี้ ได้สร้างเสียงประณามจากนานาชาติ และได้มีการตระหนักในเรื่องของการป้องกันภัย และการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในประเทศใดก็ได้ ด้วยอาวุธเคมี ก๊าซพิษต่างๆ ผู้สื่อข่าว ได้รับรายงานว่า โครงการทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านยุทโธปกรณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพของกองทัพและการป้องกันประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับ กองทัพบก (ทบ.) ได้อนุมัติโครงการวิจัยการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เป็นต้นสังกัดดำเนินโครงการ
ล่าสุด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อดีตข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยกับ“เวบไซด์คมชัดลึก” ว่า ตนในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาหน้ากากป้องกันสารพิษทางทหาร เป็นความร่วมมือระหว่าง นักวิจัยจากหลายหน่วยงาน หลักๆคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก โดยมี สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก (สวพ.ทบ.) เป็นผู้ประสานงานในนามกองทัพบก
รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์
รศ.ดร.วีรชัย กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันกองทัพบก ได้มีการจัดหาหน้ากากป้องกันเคมี-ชีวะ เพื่อใช้สำหรับปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย จากสารเคมีรั่วไหล ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ป้องกันร่างกาย ได้แก่ ใบหนา นัยน์ตา ระบบทางเดินลมหายใจ และระบบทางเดินอาหารของผู้สวมต่อสารเคมีและชีวะ โดยเป็นยุทธภัณฑ์ป้องกันตน (personal protective equipment) ที่ใช้ในระดับการป้องกันเป็นบุคคล (personal protection) จึงมีความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันกองทัพบกมีหน้ากากป้องกันเคมี-ชีวะ สำหรับการใช้งานได้ 77,310 หน้า
"และจากมีหน้ากากป้องกันเคมี-ชีวะสำหรับการใช้งานได้ 77,310 หน้า มีหน้ากากเข้าประจำการเมื่อปี 2535 ประมาณจำนวน 38,050 หน้า ซึ่งถึงกำหนดการจำหน่ายเป็นของหมดอายุใช้งาน และการนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก โครงการวิจัยนี้ จึงจัดทำเพื่อพัฒนาการผลิตหน้ากากป้องกันเคมี-ชีวะภายในประเทศไทย ให้ได้ตามหลักสากล"รศ.ดร.วีระชัย กล่าว
รศ.ดร.วีรชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน จะเห็นว่า ภัยคุกคามด้านอาวุธเคมี ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว จะเห็นได้ว่า ทั่วโลกตื่นตัวอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่ซีเรีย
“ซึ่งผลที่จะได้รับจากการดำเนินการวิจัยจากโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมาก ในเรื่องของการลดต้นทุนการนำเข้า การผลิตใช้เองในประเทศ และการระวังป้องกันภัยคุกคามด้านอาวุธเคมีในอนาคต รวมถึงการส่งเสริงความร่วมมือทางวิชาการภายในประเทศ ระหว่างหลายหน่วยงาน ขณะนี้ผลการดำเนินการคืบหน้่าไปกว่าร้อยะ 30 ” รศ.ดร.วีรชัย กล่าว
ว่ากันว่า หน้ากากที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาจะอยู่ที่ 50,000 บาทขึ้นไป แต่ขนาดจะใหญ่กว่าใบหน้าของคนไทย ทำให้เวลาใส่หน้ากากป้องกันสารพิษมักจะหลวมและหลุดออกมาได้ง่ายๆ ไม่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไทยหรือทหารไทย อีกทั้งในอนาคตไทยเตรียมต่อยอดสร้างหน้ากากป้องกันสานพิษเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอีกด้วย



