ข่าว

เรียนรู้งานศิลป์ผ่านนิทรรศการ "หัตถกรรมโลหะ"

เรียนรู้งานศิลป์ผ่านนิทรรศการ "หัตถกรรมโลหะ"

04 ก.ย. 2552

เมื่อ "หัตถกรรมโลหะ" เป็นสื่อสำหรับเผยแพร่ความรู้เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นในประเทศไทย ร้านภูฟ้าผสมผสานจึงจับมือกับ ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดนิทรรศการ "ภูมิปัญญาไทยในหัตถกรรมโลหะ" ขึ้น โดยเป็นนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่ 6 ที่จัดแสดงภา

��รศ.สุรพล นาถะพินธุ อาจารย์ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวแนะนำนิทรรศการล่าสุดว่า หัตถกรรมโลหะมีความสำคัญอย่างมาก ที่จะแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของคนในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง ซึ่งมีความเข้าใจในสภาพแวดล้อมของตัวเองเป็นอย่างดี จนสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเหล่านั้นได้อย่างยั่งยืน

�"ภูมิปัญหาเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องมือเครื่องใช้ในการดำเนินชีวิต� ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้จงใจนำเสนองานโลหะก่อน เนื่องจากงานโลหะเป็นภูมิปัญญาที่แสดงให้เห็นว่า คนในอดีตมีความเข้าใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์ คือการใช้ไฟมาเปลี่ยนแปลงแร่ให้เห็นโลหะ จากโลหะให้เป็นชิ้นงานที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ซึ่งต้องใช้ความรู้ความคิดสร้างสรรค์ชิ้นงานออกมา นิทรรศการครั้งนี้จะทำให้เข้าใจงานศิลปะของคนโบราณได้เป็นอย่างดี และสามารถนำมาปรับใช้ต่อเติมในยุคปัจจุบันจนถึงอนาคตได้" รศ.สุรพล กล่าว

�สำหรับนิทรรศการภูมิปัญญาไทยในวัฒนธรรมโลหะ แบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆ คือ 1.ความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะแสดงถึงความรู้และทักษะที่กลุ่มชนในท้องถิ่นหนึ่งๆ ปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันมา 2.ประวัติย่อของการโลหะกรรมสมัยโบราณในประเทศไทย 3.การทำโลหะด้วยกรรมวิธีโบราณในประเทศไทยสมัยปัจจุบัน และ 4.ตัวอย่างแหล่งโบราณคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโลหะในสมัยโบราณของประเทศไทย

�เนื่องจากเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับหัตถกรรมโลหะ ร้านภูฟ้าผสมผสาน จึงนำเสนอสินค้าที่ระลึก จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในคอลเลกชั่น "ช้าง" ซึ่ง ผศ.มยุรี วีระประเสริฐ หนึ่งในคณะดำเนินงานร้านภูฟ้าผสมผสาน กล่าวว่า สินค้าในคอลเลกชั่นนี้พัฒนามาจากภาพวาดฝีพระหัตถ์รูปช้างประกอบไปด้วย ช้างสัมฤทธิ์ เข็มกลัด เข็มกลัดเนกไท กระเป๋าหนัง จานกระเบื้องเนื้อ Porcelain ลายช้าง ตลับกระเบื้องใส่นามบัตร

�"สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โปรดวาดภาพช้างเป็นพิเศษ เนื่องจากทรงเห็นว่าช้างเป็นสัตว์พิเศษ มีความฉลาด และทำประโยชน์ให้แก่ประเทศหลายอย่าง ในสมุดบันทึกของพระองค์ท่าน จะมีตัวการ์ตูนรูปช้างอยู่มากมาย อย่างช้างสัมฤทธิ์ที่หล่อออกมาจะมีด้วยกัน 4 ลักษณะ คือ ช้างชูดอกไม้ ซึ่งนำแบบมาจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่ทรงวาดขึ้นเพื่อประกอบบทพระราชนิพนธ์ ถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2525

�ช้างเป่าทรัมเปต ก็ทรงวาดขึ้นเพื่อใช้เป็นลายปักเดินเส้นบนกระเป๋าสำหรับใส่แผ่นโน้ตดนตรี ซึ่งพระองค์ท่านทรงทำขึ้นด้วยพระองค์เอง และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2530 ซึ่งรูปช้างเป่าทรัมเปตนี้หมายถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงเรียนการเป่าทรัมเปตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโปรดการเขียนรูปช้างจึงทรงวาดภาพนี้เป็นสัญลักษณ์ของพระองค์เอง

�ส่วน ช้างเรือช้าง ทรงเขียนขึ้นเพื่อความเพลิดเพลิน แล้วผู้บังคับการเรือช้าง เห็นเลยขอพระราชานุญาต อัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์นี้มาประดับไว้ในเรือช้าง จึงเป็นที่มาของชื่อช้างเรือช้างตั้งแต่นั้นมา สุดท้ายคือ ช้างตาโต ก็ทรงวาดขึ้นเพื่อความเพลิดเพลินเหมือนกัน โดยช้างตาโตนี้นอกจากจะทำเป็นสัมฤทธิ์แล้ว ยังนำมาทำเป็นเข็มกลัดเงินชุบทองหรือทองคำขาว ซึ่งเข็มกลัดชิ้นนี้จะมีพลอยเนื้ออ่อนสีม่วงฝังเอาไว้บริเวณตา ซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เข็มกลัดเทกไนชุบทองหรือทองคำขาว และยังนำมาทำเป็นลวดลายบนกระเป๋าเงินหนังด้วย" ผศ.มยุรี กล่าวทิ้งท้าย