
ในหลวง ร.9 ทรงเป็นแรงบันดาลใจในเรื่องการทำงาน
ปชช.เข้ากราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 เผยความรู้สึกทั้่งน้ำตา
วันที่ 8 เมษายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 157 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูเวลา 04.45 น. ตลอดทั้งวันมีประชาชนทั้งจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศคลื้มฟ้าคลื้มฝนสลับกับแดดจัด
น.ส.ดลฤดี ฉัตรเสน (ขวาสุด)
นางสาวดลฤดี ฉัตรเสน อายุ 60 ปี เปิดเผยว่า ตัวเองเคยรับเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษา เมื่อเห็นพระองค์ท่านก็รู้สึกตื้นตันใจ มีความเทิดทูน จากนั้นก็ติดตามพระองค์ท่านจากทางทีวีมาโดยตลอด เห็นพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทย จึงตั้งใจว่าสักครั้งในชีวิตต้องมากราบถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งวันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มา
“พวกเราคนไทยควรน้อมนำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เศรษฐกิจพอเพียง ส่วนตัวตนจะปลูกพืชผักสวนครัว เช่น พริก กระเพรา ตะไคร้ เพื่อนำมาปรุงอาหารที่บ้านโดยไม่ต้องใช้เงินจ่ายเลย ส่วนของใช้ เช่น ยาสีฟัน ก็จะรีดใช้จนหมดเหมือนที่พระองค์ท่านทรงทำให้เราเห็น ขณะเดียวกันบ้านเมืองเราตอนนี้ไม่ค่อยสงบเรียบร้อย เพราะคนไทยไม่ค่อยรักกัน แต่พระองค์ท่านทรงสอนคนไทยมาโดยตลอด ให้คนไทยรักกัน มีความสามัคคี ให้อภัย โอบอ้อมอารีต่อกัน แค่พวกเรารักแผ่นดินไทย ทุกอย่างที่เราอยากจะทำเพื่อแผ่นดินไทยจะตามมาเองในทุกๆด้าน รักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รักชาติ และรักศาสนา” น.ส.ดลฤดี กล่าว
นางสาวดุษฏี บุญชัยมี
นางสาวดุษฏี บุญชัยมี อายุ 29 ปี พยาบาลประจำโรงพยาบาลศิริราช กล่าวภายหลังที่สักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ได้เดินทางมาจากบ้านพักย่านฝั่งธน มาถึงสนามหลวงเมื่อเวลา 08.00 น. และได้กราบสักการะพระบรมศพฯ ตอน 11.00 น. เพิ่งมีโอกาสได้เดินทางมาเป็นครั้งแรก วินาทีที่ได้กราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ รู้สึกตื้นตันใจ และรู้สึกใจหายว่าพระองค์จะไม่อยู่กับคนไทยอีกต่อไปแล้ว แต่พระองค์ก็จะยังคงสถิตอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยตลอดไป เพราะที่ผ่านมาพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานอย่างมิได้เหน็ดเหนื่อยเพื่อความมั่นคงของประเทศ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถมาก พระองค์ทรงรู้ว่าการที่ประเทศจะมั่นคงได้นั้น จะต้องมีทรัพยากรธรรมชาติอย่าง ดิน น้ำ ที่อุดมสมบูรณ์ พระองค์จึงได้พระราชทานโครงการในพระราชดำริที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำ และเรื่องดิน เป็นจำนวนมาก
“ในหลวง ร.9 เป็นแรงบันดาลใจให้กับเราในเรื่องการทำงาน พระองค์ทรงให้การช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างมิได้แบ่งแยกชนชั้น เชื้อชาติ ศาสนา ดังนั้นเราเป็นพยาบาล ก็จะทำหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยทุกคนอย่างเต็มกำลัง และไม่แบ่งแยกว่ารวยหรือจน ที่สำคัญทุกวันนี้เราเองก็ยังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตเช่นเดียวกัน ใช้เงินตามเงินเดือนที่มี ไม่ก่อหนี้สิน สร้างปัญหาให้กับชีวิต” พยาบาลประจำโรงพยาบาลศิริราช กล่าว



