นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือน มีนาคมที่ผ่านมา กรมฯ ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น (ASEAN - Japan Centre: AJC) ได้เข้าร่วมประชุมคณะมนตรีประจำปี (Council Director Meeting) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับผู้แทนญี่ปุ่นและอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อรับทราบผลการดำเนินโครงการและกิจกรรมของศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น ปี 2559 และพิจารณาร่างโครงการด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวที่จะดำเนินการในปี 2560 ตลอดจนการพิจารณาการต่ออายุความตกลงก่อตั้งศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น ออกไปอีก 5 ปี
ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น ทำหน้าที่เป็นองค์กรตัวแทนของอาเซียนในประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างประเทศอาเซียนและญี่ปุ่นผ่านการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนระดับบุคคล และการประชาสัมพันธ์ประเทศในอาเซียนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยการดำเนินการของศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์อาเซียนในประเทศญี่ปุ่น การพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศอาเซียน และการจัดทำข้อมูลทางวิชาการเพื่อกำหนดนโยบายในการพัฒนาอาเซียน ปีที่ผ่านมามีการดำเนินงานทั้งสิ้น 17 โครงการ 82 กิจกรรม
“ปี 2559 กรมฯ ได้ดำเนินโครงการด้านการค้าร่วมกับศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมธุรกิจสร้างสรรค์ โดยการนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน Tokyo Game Show ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น และการประกวดอาเซียนคาแร็กเตอร์ 2016 ซึ่งคาแร็กเตอร์ “Tidlom the sky hanger หรือติดลม ห้อยเวหา” ของบริษัท ไซโลสตูดิโอ จำกัด จากประเทศไทย ได้รับรางวัลที่ 2 โครงการสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อส่งเสริมธุรกิจบริการ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องระยะ 3 ปี มีการเชิญผู้แทนจากประเทศอาเซียนและผู้เชี่ยวชาญจาก UNCTAD เข้าร่วมโครงการฯ โดยในปี 2559 เน้นกลุ่มธุรกิจวิชาชีพเฉพาะ ธุรกิจวิจัยและพัฒนา และธุรกิจโทรคมนาคม และในปี 2560 จะดำเนินการโครงการต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจขนส่ง นอกจากนั้นกรมฯ ยังได้ดำเนินโครงการเฉพาะส่วนของประเทศไทย (National Activities) ภายใต้ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น อีก 2 โครงการ คือ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจในญี่ปุ่นให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และการประชาสัมพันธ์อาหารไทยในคาเฟเทอเรียของญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2560 นี้” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าว
ในส่วนของโครงการด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการลงทุน และการเผยแพร่ข้อมูลการลงทุนของประเทศไทยในญี่ปุ่น ด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรในภาคบริการท่องเที่ยว โดยศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่น ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอาเซียนและประเทศไทยผ่านสื่อต่างๆและในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เช่น งาน JATA Tourism Expo เป็นต้น
สำหรับแผนการดำเนินงานด้านการค้าในปี 2560 ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่นจะดำเนินโครงการต่อเนื่องจากปี 2559 นอกเหนือจากโครงการสัมมนาเชิงวิชาการเพื่อส่งเสริมธุรกิจบริการข้างต้นแล้ว จะดำเนินโครงการส่งเสริมอาเซียนคาแร็กเตอร์ โดยเพิ่มความร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการออกแบบแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ Japan Institution of Design Promotion (JDP) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในธุรกิจสร้างสรรค์
ส่วนการลงทุนยังคงเป็นการจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในประเทศอาเซียน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการลงทุนของอาเซียนต่อเนื่อง ส่วนการท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในธุรกิจท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวอาเซียน โดยในปี 2560 เป็นวาระของประเทศไทยสำหรับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของประเทศอาเซียนซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องระยะ 3 ปี
ศูนย์อาเซียน - ญี่ปุ่น เป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวแห่งอาเซียน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2524 มีประเทศสมาชิกทั้งสิ้น 11 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศญี่ปุ่น
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวในตอนท้ายว่า ศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่นถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลา 36 ปี พร้อมทั้งเป็นต้นแบบให้กับศูนย์อาเซียน – จีน และศูนย์อาเซียน – เกาหลีใต้ ทั้งนี้ ในปี 2560 จะเป็นปีครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งประชาคมอาเซียน ดังนั้นศูนย์อาเซียน – ญี่ปุ่นจึงมีแผนจะจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสดังกล่าว โดยจะเริ่มกิจกรรม Kick Off ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2560 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และต่อเนื่องไปถึงปี 2561 สำหรับรายละเอียดของกิจกรรมจะมีการหารือร่วมกันต่อไป