
เช็กวงจรปิด-สอบพยานหาตัวมือฉกเครื่องเพชรสาวส่งออกเม็ดพลาสติก
ตร.เร่งเช็กวงจรปิด-เรียกสอบพยาน ล่าคนร้ายฉกเครื่องเพชร-นาฬิกาหรูค่า7แสนของสาวนักธุรกิจส่งออกเม็ดพลาสติก
จากกรณีสาวเจ้าของธุรกิจส่งออกเม็ดพลาสติก ถูกมือดีฉกแหวนเพชร พร้อมต่างหู และนาฬิกา ภายในห้องพักคอนโดหรู ย่านคลอง มูลค่าความเสียหายกว่า 7 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา โดยสาวผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าก่อนหน้านี้เคยวานให้แฟนเก่าเข้าไปเอาเอกสารที่ห้องพักภายในคอนโดดังกล่าว
ล่าสุดวันนี้(7เม.ย.) มีรายงานข่าวจากชุดสืบสวน สน.คลองตัน แจ้งว่า จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า น.ส.บุ๊ค (นามสมมุติ) มีอาชีพเป็นตัวแทนขายเม็ดพลาสติก ก่อนหน้านี้เคยคบหากับ นายเอ(นามสมมุติ) มีอาชีพวิศวกรเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่สมัยเรียนในประเทศไทยแล้วไปเรียนต่อด้วยกันที่ประเทศออสเตรเลียจนจบมหาวิทยาลัย โดยคบหากันกว่า 10 ปี ก่อนเลิกรากันไป กระทั่ง น.ส.บุ๊ค มีแฟนใหม่คือนายบี(นามสมมุติ) อาชีพนายหน้าขายที่ดิน ซึ่งคบหากันมาประมาณ 1 ปี แต่ระยะหลังมีเรื่องไม่เข้าใจกัน จึงขอเลิกรากับแฟนใหม่ จากนั้น น.ส.บุ๊ค ก็เริ่มติดต่อแฟนเก่ามากขึ้น แต่นายบีก็ยังพยายามตามง้อ ก่อนซื้อแหวนเพชรที่สูญหายไปให้ จนเกิดเรื่องราวขึ้นมา
ทั้งนี้จากการตรวจสอบทราบว่า เป็นแหวนขนาดเล็กเหมาะสำหรับนิ้วนางผู้หญิง มีเพชรเม็ดใหญ่ขนาดสี่เหลี่ยมผื่นผ้า สีใส น้ำหนักคาดว่าประมาณ 4-5 กะรัต แต่เจ้าทุกข์แจ้งมาเพียง 3 กะรัต ส่วนใบซื้อขายหรือใบเซอร์นั้นก็ไม่ได้ระบุว่าซื้อขายมาจากร้านใด ระบุเพียงว่าเป็นแหวนเพชร น้ำหนัก 3 กะรัต เท่านั้น ทาง ผกก.สน.คลองตัน จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบร้านเพชรที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านพร้อมพงษ์ว่า ราคาเท่าไหร่ ร้านใดขาย และเป็นเพชรจริงหรือไม่ พร้อมนำภาพให้กับร้านช่วยตรวจสอบ เนื่องจากแฟนใหม่ของผู้เสียหายให้การว่าซื้อมาจากศูนย์การค้าดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ น.ส.บุ๊ค เดินทางไป อ.หาดใหญ่ ว่ามีใครเข้าออกคอนโดบ้าง เพราะในชั้นที่พักอาศัยไม่มีกล้องวงจรปิด จึงทำให้การสืบสวนมีความยากลำบาก โดยตำรวจตั้งข้อสังเกตถึงผู้ที่สามารถเข้าไปภายในห้องพัก ได้แก่ แฟนเก่า แฟนใหม่ แม่บ้าน รปภ. ซึ่งจะต้องเรียกทุกคนมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง



