ข่าว

ตำรวจสอบตำรวจก็เท่านั้น

ตำรวจสอบตำรวจก็เท่านั้น

04 ก.ย. 2552

คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะสอบสวนเรื่องตำรวจซื้อตำแหน่ง ถ้าดูตามแนวโน้มดูเหมือนจะยากที่เราจะรู้ว่าตกลงมีการซื้อตำแหน่งหรือไม่ ใครซื้อตำแหน่งจะมีการลงโทษกันหรือไม่

เพราะว่า พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ในฐานะอนุก.ตร.ตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ พูดหลังจากประชุมคณะอนุกรรมการว่าวันนี้มีข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง 10 นาย มาให้ข้อมูล ส่วนใหญ่ยอมรับว่าเคยได้ยิน รับรู้ว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้ง แต่ก็ไม่มีใครมีหลักฐานมายืนยัน แต่รับรู้กัน พบว่าในการแต่งตั้งปี 2551 ที่ผ่านไปแล้ว รวมถึงการแต่งตั้งในปี 2552 ที่แม้จะยังไม่มีการแต่งตั้งเกิดขึ้น แต่ช่วงก่อนแต่งตั้งก็ยอมรับกันว่ามีเรื่องนี้ได้รับทราบเช่นกัน พล.ต.อ.นพดล บอกว่าอย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบข้อมูลของคณะอนุกรรมการเพียงพอแล้ว จะสรุปได้แน่นอนในวันที่ 4 กันยายน และรายงานผลการสืบสวนให้แก่ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน ก.ตร. ได้วันที่ 7 กันยายน แต่ผลเป็นอย่างไรเปิดเผยไม่ได้ เพราะตกลงกันในที่ประชุมคณะอนุ ก.ตร.ว่าเป็นเรื่องลับ ซึ่งผลจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในการแต่งตั้ง ส่วนผลสรุปจะระบุตัวบุคคลที่มีความผิดซื้อขายตำแหน่งหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล บอกว่าเรื่องนี้ตกลงกันว่าไม่เปิดเผย ถ้าเปิดเผยก็ต้องบอกว่ามีใครผิดบ้าง ให้ไปคิดดูตามตรรกะ แต่เปิดเผยไม่ได้ ผลออกมาเป็นแนวทางนี้ ถ้าฟังจาก พล.ต.อ.นพดล ก็ค่อนข้างจะแน่ว่า คงไม่มีการเปิดเผย และคงจะไม่บอกด้วยซ้ำไปว่า ใครซื้อขายตำแหน่งอะไร อย่างไร เพราะว่าถ้าระบุตำแหน่ง ระบุปี ก็จะต้องรู้ว่าใครเป็นใคร ที่ค่อนข้างจะมึนงงก็คือ พล.ต.อ.นพดลให้ไปคิดดูตามตรรกะ ตามตรรกะในที่นี้แปลว่าอะไร ไม่แน่ใจ แต่ว่าความหมายของพล.ต.อ.นพดล ก็คงจะเป็นว่า ก็รู้ๆ กันอยู่ แต่ว่าถ้าหากตั้ง อนุ ก.ตร.ขึ้นมาแล้ว ผลสอบสวนเป็นเพียงว่าน่าเชื่อได้ว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง แต่ไม่บอกว่าใครซื้อขาย หรือซื้อขายที่ราคาเท่าไหร่ และตำแหน่งใดที่มีการซื้อขายมาก ตำแหน่งใดที่มีการซื้อขายตามลำดับลงมาก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ก็จะเหมือนกับทุกครั้งที่มีการตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้ รู้ๆ กันแต่จับมือใครดมไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อ พล.ต.อ.นพลดล บอกว่าอนุ ก.ตร.นี้จะส่งผลการสืบสวนสอบสวนไปให้ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และประธาน ก.ตร. ก็เป็นภาระของคุณสุเทพ ในฐานะนักการเมืองที่ประกาศว่าจะล้างคอรัปชั่นในประเทศให้เป็นผู้เปิดเผย หรือไม่ก็ต้องโยนกลับไปให้ระบุมา เพราะว่า ถ้าไม่ระบุมาก็จะเท่ากับว่าวงการตำรวจทั้งวงการแปดเปื้อนไปหมด ซึ่งก็ไม่ยุติธรรม การไม่ระบุนั้นเท่ากับเป็นการทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ชื่อเสียงของวงการตำรวจทั้งสิ้นทั้งปวง ทั้งๆ ที่แกะดำอาจจะมีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าตำรวจไม่กล้า ตำรวจไม่ต้องการที่จะทำสิ่งที่กระทบต่อความรู้สึกของพรรคพวกตัวเอง ประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์ ประชาชนก็จำเป็นจะต้องทนกับระบบตำรวจที่มีการซื้อขายตำแหน่งที่มีคอรัปชั่นอย่างที่รู้กันทั่วไปอีกอย่างนั้นหรือ คุณสุเทพต้องตอบประชาชนว่า ถ้าสอบแล้วรู้เท่ากับที่เคยรู้ ตั้งกรรมการไปเพื่ออะไร และอย่างที่ทราบตั้งแต่ต้นมีคนทักท้วงแล้วว่า ถ้าตั้งตำรวจสอบตำรวจกันเองผลก็จะเป็นอย่างที่เรารู้กัน นี่หรือคือตรรกะ และถ้าตรรกะเป็นเช่นนี้ เรามีตำรวจไว้เพื่ออะไร