
แม่"โดม"แจ้งตร.ถูกบ.รับสร้างบ้านโกง
แม่"โดม ปกรณ์ ลัม "ร้องกองปราบ ถูกบ.รับสร้างบ้านโกง ทำแค่ตอกเสาเข็ม-ฝาบ้าน ก่อนทิ้งบ้านหนีไปกว่าครึ่งปี เผย ใช้วิธีจูงใจ เปิดบูธขายงานเมืองทองธานี เสนอของแถมทั้งแอร์-กล้องวงจรปิด แก้ไขแบบไม่เสียเงิน ลูกค้าหลงเชื่อนับสิบราย
(3ก.ย.) ที่กองปราบ นางรัตนาภรณ์ คูภิรมย์ อายุ 54 ปี มารดาของ โดม-ปกรณ์ ลัม นักร้องดังอยู่บ้านเลขที่ 122 ถ.เกษตรนวมินทร์ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว พร้อมผู้เสียหายจากการรับจ้างสร้างบ้านพักอาศัย จำนวน 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท ควีนเฮาส์ จำกัด ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังผู้เสียหายได้ว่าจ้างบริษัทควีนเฮาส์ให้สร้างบ้านพักให้แต่เมื่อจ่ายเงินไปแล้วกลับได้แต่ฐานราก และเสา รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
นางรัตนาภรณ์ กล่าวว่า เมื่อปี 2548 ตนเดินทางไปดูงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับบ้านพักอาศัยที่เมืองทองธานี โดยในงานพบบูธบริษัท ควีนเฮาส์ ซึ่งรับจ้างสร้างบ้านพักมาร่วมจัดแสดงอยู่จึงสนใจและตกลงว่าจ้างทำสัญญากับบริษัทให้มาสร้างบ้านพักให้ที่เกษตรนวมินทร์ เนื้อที่ 300 ตารางวา มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาสร้าง 1 ปี โดยในสัญญาตกลงชำระเงิน 11 งวด แต่ผ่านไปหลายเดือนทางบริษัทก็ทำได้แค่ตอกเสาเข็ม และฝาบ้านบริเวณชั้นล่าง ส่วนชั้นสองก็มีแค่เสาขึ้นไปเท่านั้น รวมแล้วสร้างไปได้แค่ 40 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็ทิ้งหายไปกว่าครึ่งปี
"สุดท้ายทนไม่ไหวต้องยกเลิกสัญญาและจ้างทนายฟ้องคดีแพ่งเนื่องจากได้เสียเงินค่างวดไปแล้วหลายครั้งรวมแล้วเป็นเงิน 5.5 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาพยายามเข้าพบผู้รับผิดชอบที่บริษัทมานับสิบครั้งแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายจึงให้ทนายฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง ซึ่งศาลนัดฟังคำตัดสินวันที่ 10 ต.ค.นี้ แต่ที่ต้องรวมตัวกันแจ้งความในครั้งนี้เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนคนอื่นๆตกเป็นเหยื่อ" นางรัตนาภรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้เสียหายหลายคนเกี่ยวกับพฤติกรรมของบริษัทแห่งนี้พบว่า ส่วนใหญ่จะรู้จักบริษัทแห่งนี้จากการออกบูธในงานบ้านและสวนที่เมืองทองธานี หลังจากตกลงทำสัญญากันแล้วจะต้องเสียเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาจ้างเหมาสร้างบ้านในทันทีที่เซ็นสัญญา และกำหนดระยะเวลาสร้างเสร็จภายใน 365 วันนับจากวันตอกเสาเข็มเสร็จแต่ผู้เสียหายทั้งหมดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากทำฐานรากและลงเสาเข็มแล้วก็จะมีแต่เหล็กเส้นขึ้นเป็นโครงเสาบ้านไว้เท่านั้น บางรายต้องไปตามทวงถามสัญญาด้วยตัวเอง เมื่อไปบ่อยๆ บริษัทก็มาไปว่าจ้างผู้รับเหมามารับช่วงต่อแต่ก็ทำได้แค่หล่อเสาขึ้นไปถึงชั้นสอง หรือไม่ก็เทคานคอดินให้เท่านั้น หลังจากนั้นบริษัทก็ปล่อยทิ้งงานไว้ เมื่อโทรถามก็จะบ่ายเบี่ยงโดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา
บรรดาผู้เสียหาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ตกลงว่าจ้างบริษัทแห่งนี้เพราะเห็นว่าราคารับเหมาก่อสร้างถูกกว่าบริษัทอื่นๆ ส่วนการออกแบบบ้าน หรือแม้แต่การแก้ไขแบบแปลนก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆนอกจากนี้ยังมีกลวิธีจูงใจด้วยการเสนอว่าจะให้สินค้าต่างๆเป็นของแถม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ กล้องวงจรปิด รีโมทประตูเลื่อน ปั้มน้ำหรือถังแสตนเลส แต่หลังทำสัญญาหลายเดือนก็ไม่สามารถสร้างบ้านให้เสร็จตามที่ตกลงกันได้ ทั้งนี้กลุ่มผู้เสียหายเคยรวมตัวกันไปร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อปลายปี 2551 ซึ่งได้รับคำแนะนำให้ไปฟ้องแพ่งคดีคุ้มครองผู้บริโภค แต่ละรายก็ต้องไปดำเนินการจ้างทนายว่าความกันเอง
บางรายให้เงินทนายไปแล้วแต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ร่างคำฟ้อง จนกลายเป็นปัญหาซ้อนขึ้นมาอีก ส่วนบริษัทนี้ก็ดำเนินกิจการรับสร้างบ้านอยู่ แต่เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คิว. เอส. โฮม จำกัด ซึ่งผู้เสียหายรายล่าสุดนั้นทำสัญญากับบริษัทนี้เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยจ้างสร้างบ้านเนื้อที่ 200 ตารางวา มูลค่า 4.3 ล้านบาท ภายใน ซ.ประชาชื่น 37 แต่จ่ายเงินไปให้ 9.1 แสนบาทแล้วจนถึงทุกวันนี้ก็ได้มาแค่ฐานราก และโครงเหล็กเส้นของเสาไม่กี่ต้นเท่านั้น
อย่างไรก็ดีกลุ่มผู้เสียหายได้ฝากเตือนประชาชนว่าขอให้ตรวจสอบบริษัทรับจ้างสร้างบ้านให้ดีก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะบรรดาบริษัทรับจ้างสร้างบ้านที่ไปออกบูธจัดแสดงตามงานแสดงสินค้าต่างๆ
เบื้องต้น พ.ต.อ.สุพิศาล ได้มอบให้ พ.ต.ต.จตุพร งามสุวิชชากุล พงส.(สบ2) บก.ป. สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานก่อนจะดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



