
วิษณุ ชี้ ออกคำสั่งคสช. ไม่ต้องฟังความเห็น ตาม "ม.77"
"วิษณุ" เผย "ม.44" สรรหา องค์กรอิสระ ใช้ วิธีตาม กม.ลูก แจง ประสาน กรธ. แล้ว เผย ตุลาการศาลรธน. จะปล่อยว่างไม่ได้
7 เม.ย.60-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินจัดทำกฎหมายลูก ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาองค์กรอิสระ ว่า องค์กรอิสระหลายแห่งยังไม่ครบวาระ ยังอยู่ต่อไปได้ คิดว่าไม่ช้ากฎหมายลูกก็จะออกมา ก็จะไปรับกันกับกฎหมายลูกที่จะเขียนออกมาใหม่ แต่อาจจะเขียนให้ต้องสรรหาใหม่ หรือ เซ็ตซีโร่ หรือ อยู่ต่อไป สุดแท้แต่กฎหมายลูกที่จะออกมา เพียงแต่ว่ามีองค์กรที่จะเป็นปัญหาอยู่ 2-3 องค์กร คือ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่จะครบวาระในเดือนกันยายนนี้ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่จะครบวาระในเดือนกันยายนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเดือนกันยายนนี้ กฎหมายลูกฉบับนี้จะยังไม่ออก จึงอาศัยคำสั่งคสช. โดยอาศัยอำนาจตาม ม.44 ออกไปก่อนว่าจะให้ทำอย่างไร ซึ่งจะมีการสรรหาตามวิธีการที่จะเขียนในกฎหมายลูก ซึ่งได้ประสานกับ กรธ. ก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้เป็นคำสั่งที่สอดคล้องกัน
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีจำนวน 9 คน จะครบวาระไปหรือมีอายุครบในเดือนพฤษภาคมนี้ 5 คน จำเป็นต้องมีการสรรหาใหม่ เพราะบทบัญญัติในกฎหมายเดิมไม่ได้ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่จะปล่อยให้ว่างเว้นไม่ได้ จึงต้องดำเนินการสรรหา ในระหว่างสรรหาให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางจนกระทั่งสรรหาเสร็จสิ้น ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายลูกที่กำลังจะออกมาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ส่วนที่จะต้องเร่งรัดการออกกฎหมาย บางอย่างดำเนินการทันที หรือ บางอย่างทำภายในเวลา 4 -12 เดือน ส่วนที่เกินกว่านั้นค่อยหารือกันอีกรอบหนึ่ง โดยช่วงเวลาอย่างนี้มีหลายประเภท เช่น ร่างให้เสร็จและเสนอสภาประกาศใช้ให้เสร็จมีอยู่ 2 ฉบับคือกฎหมายเกี่ยวกับแผนปฏิรูปและการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ต้องทำให้เสร็จใน 4 เดือน ส่วนกฎหมายที่แค่ยกร่างให้เสร็จและเสนอให้ สนช. อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร และอีกส่วนหนึ่งยกร่างให้เสร็จ สนช.พิจารณาให้เสร็จ ส่วนจะกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯเมื่อไร อันนั้นค่อยว่ากัน ส่วนที่จะต้องทำทันทีมีหลายเรื่องแต่ไม่ใช่กฎหมาย เป็นเรื่องเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีปฏิบัติ ในเรื่องบริการประชาชน ต่อต้านการทุจริต การออกกฎหมายที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะได้มีการซักซ้อมกันมา 4-6 เดือนก่อนหน้านี้
นายวิษณุ กล่าวว่า การออกกฎหมายโดยต้องรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 ตามรัฐธรรมนูญ ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมรับไปดำเนินการ เพราะก่อนหน้านี้ได้มีเค้าลางว่าเคยได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันมาแล้ว เพราะเรื่องประชาชนเสนอกฎหมายได้มีใช้อยู่ในฉบับก่อนอยู่แล้ว
"วิษณุ" เตือน ทุกกระทรวง ระวัง การเสนอกม. หลังใช้ "รธน.ใหม่" แย้ม จ่อ เลิก "คำสั่งคสช." หลายฉบับ
นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนของป.ย.ป. ยังอยู่ต่อไป แต่จะค่อยๆปรับให้เข้ากับยุทธศาสตร์ต่างๆ ซึ่ง ป.ย..ป เป็นเครื่องมือกลไกของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนงาน เพราะต่อไปการขับเคลื่อนงานจะเปลี่ยนไปอยู่ที่ ป.ย.ป. ทั้งหมด และอาจมีการมอบหมายใครหรืออนุกรรมการชุดใดไปดูแลก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเหมือนเดิม แต่กระทรวงต่างๆต้องระมัดระวังในการเสนอกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมสภาก็จะเปลี่ยนไป จะต้องปรับพฤติกรรมให้เข้ากับข้อบังคับ และรัฐบาลที่จะเสนอกฎหมายก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับข้อบังคับ เช่น รู้เวลา ระเบียบแบบแผน ที่จะไม่เหมือนของเดิม และ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี ที่ต้องเป็นไปตามแผนปฏิรูป หรือ ขั้นตอนแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐอย่างไร โดยกฎหมายต้องไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้บังคับกับใครเจาะจง และคำนึงถึงหลักนิติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต่อไปนี้ต้องระมัดระวังการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น แม้กระทั่งม. 44 ที่ยังมีอยู่และก็ออกเพิ่มเติมได้ เพียงแต่ว่ามีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ครม. คสช. พ้นไป อำนาจตาม ม. 44 หมดไป แต่ผลที่เกิดจากการสั่งไว้แล้วจะยังคงอยู่ ถ้าไม่มีการยกเลิกไปก่อนเสียเอง ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลใหม่มาจัดการ ถ้าเห็นว่าควรเลิกก็ต้องออก พ.ร.บ. มายกเลิก หรือจะออก พ.ร.บ. ยกเลิกทีเดียวหลายฉบับก็ได้ แต่รัฐบาลนี้จะไม่ออก พ.ร.บ. ยกเลิก ให้รอรัฐบาลใหม่ไปเลย เพราะรัฐบาลนี้สามารถออกคำสั่ง คสช. ยกเลิกคำสั่งเดิมได้ และมีหลายฉบับที่ต้องยกเลิก แต่ยังไม่ทราบจำนวน
"วิษณุ" แจง ออก "คำสั่งคสช." ไม่ต้อง ฟังความเห็น ตาม "ม.77"
เมื่อถามว่า ต่อไปการออก ม. 44 หลังจากนี้ต้องดำเนินการรับฟังความเห็นประชาชนตาม ม.77 ที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ต้อง สิ่งที่จะยกเว้นออกไป คือ การออกพระราชกำหนด การใช้อำนาจตาม ม. 44 แม้จะเป็นการออกกฎหมาย แต่เป็นมาตราที่กำหนดในมาตรา 265 เป็นเอกเทศต่างหาก และอาจจะเหนือกว่า ม. 77 ด้วยซ้ำไป หรืออย่างการออกกฎหมายเกี่ยวกับราชการในพระองค์ตาม ม. 15 ที่ถือว่าพิเศษออกไปจาก ม.77 ที่ใช้หลักรับฟังความเห็น แต่ ม. 15 ถ้าเป็นเรื่องราชการในพระองค์ ใช้หลักตามพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นจะเปิดรับฟังความเห็นกันเอิกเกริกไม่ได้อยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งกฎหมายธรรมดา เกี่ยวกับขึ้นภาษีลดภาษีที่เป็นความลับ จะขึ้นเว็บไซต์เปิดรับฟังความเห็นก็ไม่ได้ ซึ่งก็ไม่ผิด และตอนเข้าสภาก็ไปเปิดในสภา ก็ไปฟังในสภาเอาได้ ทั้งนี้ ม.265 จะสิ้นสุดลง เมื่อคสช. พ้นจากตำแหน่ง
"วิษณุ" เชื่อ มีทางออก หาก สนช. ตีตก กม.ลูก แย้ม พอเดาได้ ปลดล็อคพรรคการเมือง เมื่อ กม.ลูก 4 ฉบับเสร็จ
เมื่อถามว่า เมื่อกรธ. พ้นจากตำแหน่งหลังร่างกฎหมายลูกแล้วเสร็จ แต่ต่อมาหากสนช. ตีตกกฎหมายลูกหลายฝ่ายเกรงจะไม่มีทางออกในการร่างกฎหมายลูกใหม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าไปสมมติว่าจะเกิดเช่นนั้น ถ้าสมมติด้วยคำว่า ถ้า ก็ทำได้หมดทุกอย่าง เป็นความนึกคิดที่สมมติ ในอดีตที่ผ่านมาเราได้ ถ้า กันมามากแล้วก็ไม่ถูก ดังนั้น ทุกอย่างถ้าเป็นทางตัน ก็มีทางออก อะไรที่มีทางออกก็มีทางเข้า เมื่อถามว่าทำไมไม่บอก ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะคืออะไร ดังนั้นอย่าไปคิด เพราะถ้าคิดแล้วจะคิดได้หลาย ถ้า เพราะคราวที่แล้วก็เคยคิดกันถึงว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร แต่สุดท้ายมันก็ผ่าน
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าการปลดล็อคให้พรรคการเคลื่อนไหว จะเป็นช่วงที่กฎหมายลูก4ฉบับ ที่จำเป็นต่อการเลือกตั้งแล้วเสร็จ นายวิษณุ กล่าวว่า "ผมยังตอบไม่ถูก ถ้าค่อยๆ เดาจะเดาได้ว่ามันจะเป็นยังไง เพราะมี2เรื่องคือปลดล็อคพรรคการเมืองและการเลือกตั้งท้องถิ่น มันจะมีแนวทางต่างหาก".



