
ประณาม!! สงครามอาวุธเคมี ใน“ซีเรีย”
อ.เคมีชื่อดังจาก ม.เกษตร ประณาม!! สงครามอาวุธเคมีใน“ซีเรีย”แนะวิธีป้องกัน"ก๊าซคลอรีน"ต้องสวมหน้ากากป้องกันก๊าซเคมี ระบุ เคยสารเคมีถูกนำมาใช้สงครามโลกครั้งที1
รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อดีตข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา อาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) กล่าวกับ“เวบไซด์คมชัดลึก” ถึงกรณีระเบิดทีป่ระเทศซีเรีย เมื่อวันก่อนว่า เหตุโจมตีประชาชนด้วยอาวุธเคมีในซีเรีย ตอนนี้มียอดผู้เสียชีวิต มากกว่า 100 คน โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดแสดงความรับผิดชอบ เกี่ยงกันไปมาระหว่างรัฐบาลซีเรียว่าไม่ได้อยู่เบื่องหลังการโจมตีด้วยก๊าซพิษ เเละอ้างว่าก๊าซพิษเกิดการรั่วไหล หลังจากซีเรียส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานผลิตอาวุธของกลุ่มกบฏซีเรียในพื้นที่เเถบนั้น ในขณะที่ฝั่งของกบฏซีเรียปฏิเสธว่าในโรงงานนั้นไม่มีการผลิตอาวุธเคมี และรายงานข่าวแจ้งว่า ก๊าซพิษที่ว่าคือคลอรีน
“ผมในฐานะอาจารย์เคมี และเคยสอนวิชาสงครามเคมี “Chemical warfare” ขอประนามการใช้อาวุธเคมีในซีเรียครั้งนี้ครับ” รศ.ดร.วีรชัยกล่าว
รศ.ดร.วีรชัย กล่าวถึงประวัติการใช้สารเคมีเป็นอาวุธสงครามว่า การใช้สารเคมีในสงครามกันมาตั้งแต่โบราณ จนกระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1914-1918) เป็นสงครามที่เรียกกันว่า “สงครามก๊าซพิษ” เพราะมีการใช้ก๊าซพิษ ทั้ง“คลอรีนฟอสจีน” และ“ก๊าซน้ำตา” ซึ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สหรัฐอเมริกาได้เป็นผู้นำในการตกลงทำอนุสัญญาเจนีวา ในปี ค.ศ. 1925 ว่าด้วยเรื่องของการห้ามใช้สารพิษในสงคราม รวมทั้งยังได้ห้ามสงครามแบคทีเรียด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีการใช้สารพิษในสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้าง แต่ไม่มากนัก
รศ.ดร.วีรชัย กล่าวอีกว่า ในสงครามเวียดนาม ลาว และกัมพูชา รวมทั้งอัฟกานิสถาน ได้มีการใช้สารพิษฝนเหลือง (Yellow rain) ทำลายล้างเผ่าพันธุ์กันอย่าง โหดเหี้ยม อันนับได้ว่าเป็น สงครามที่ไม่มีจรรยาบรรณ เพราะมนุษย์ที่บาดเจ็บล้มตาย ไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ ป้องกัน หรือหลบหนีได้เลย
“วิธีป้องกัน ก๊าซคลอรีน ต้องสวมหน้ากากป้องกันก๊าซเคมีเท่านั้นนะครับ โดยปกติ ก๊าซคลอรีนจะใช้ในรูปของ Chloropicrin (CCl3-NO2) ซึ่งผลิตจากปฏิกิริยาระหว่าง ผงฟอกจาง และกรดพิคริก (picric acid) อังกฤษเป็นประเทศแรก (พ.ศ. 2459) ที่ผลิตกล่องหายใจ (box respirator) ภายในมีตลับบรรจุเม็ดถ่าน Charcoal, โซดา-ไลม์ (NaOH/CaO) และ permanganate (NaMnO4) มีสายยางคาดปิดจมูก ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถดูด Cl2, COCl2 และ HCNได้ ป้องกันได้ในระดับหนึ่ง”รศ.ดร.วีรชัย กล่าวในที่สุด



