
กสม.แตก.!"หมอสุรเชษฐ์" ไขก๊อกหวังองค์กรเปลี่ยน
"หมอสุรเชษฐ์" รับทิ้งเก้าอี้ กสม. หวัง "ฮาราคีรี" ตัวเองไม่สูญเปล่า ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ด้านปธ.กสม.จ่อแถลง
6 เม.ย. 60 - น.พ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจาการเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจริงโดยเหตุผลเป็นไปตามที่ปรากฎเป็นข่าว ในส่วนของเนื้อหาหนังสือลาออกระบุเหตุผลว่า เพราะบรรยากาศไม่เอื้อต่อการทำงาน ก็คงต้องรอให้ฝุ่นมันหายจางสักนิด ตนพูดคนเดียวก็ไม่ดี ขอให้สื่อไปสืบเสาะหาจากคนภายในกรรมการสิทธิ อย่าให้ออกจากปากของตนเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า ตนจะออกจากบ้านแล้วมาเผาบ้านตัวเองมันจะไม่ดี ขอให้ไปถามจากคนภายในแล้วกัน
"บรรยากาศมันขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้ ที่ผ่านมาก็พยายามปรับเปลี่ยนการทำงานภายใน เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่มันก็มีเรื่องอื่นๆ อีกเยอะ ผมก็เลยจำเป็นต้องฮาราคีรีตัวเองเพื่อให้องค์กรรู้ตัวบ้าง ก็หวังว่าการลาออกของผมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงจากภายในสำคัญที่สุด องค์กรต้องเข้มแข็งต้องเดินหน้า เพราะองค์กรนี้เป็นประโยชน์กับสังคม ตัวบุคคลมาแล้วมันก็ต้องไป ตัวกรรมการสิทธิมาแล้วก็ต้องไป” อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าว
ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิ กล่าวว่า หลายคนมีความอดทนอดกลั้นพยายามที่จะทำงาน แต่ว่าความเป็นประชาธิปไตยในองค์กร ความมีธรรมาภิบาล การยอมรับมันก็สำคัญ มันไม่ใช่จะยึดเสียงข้างมากอย่างเดียวต้องรับฟังเสียงข้างน้อยแต่สุดท้าย มันก็ต้องเคารพกัน ส่วนตัวชื่นชมน.พ.สุรเชษฐ์ เพราะก็พยายามอดทน อดกลั้นมานานแต่เมื่อวันหนึ่งมันทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจจนไม่เป็นผลดี ทุกคนก็ต้องทบทวน ตนเองก็ไม่อยากให้การลาออกของน.พ.สุรเชษฐ์สูญเปล่า อยากเห็นการแก้ไขปัญหา การปรับเปลี่ยนการทำงาน ซึ่งต้องเปิดใจกว้างยอมรับความจริง และรับฟังความเห็น มติต้องเป็นมติ ความมีอิสระ การให้เกียรติกันต้องมี
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ปัญหาความแตกแยกจะทำให้รัฐบาลใช้ม 44 ยุบกสม. นางอังคณา กล่าวว่า ส่วนตัวไม่กลัว เพราะไม่ว่าตัวเองจะมีสถานะเป็นกสม.หรือไม่ตนเองก็ทำงานด้านสิทธิมาตลอดอยู่แล้ว และต้องยอมรับว่า การทำงานของกสม.ทำหน้าที่ปกป้องประชาชนไม่ใช่ปกป้องรัฐ
“เสียดายหมอสุรเชษฐ์ แต่ก็ไม่ยับยั้ง เพราะเข้าใจ ตัวเองก็ยังไม่รู้จะอยู่อีกนานแค่ไหน ยอมรับว่าช่วงปีกว่าต้องใช้ความอดทน หลายครั้งกดดันแต่ก็พยายามที่จะทำงาน เรื่องเนื้องานถ้าเรายืนอยู่บนหลักการผิดถูกว่าไปตามกฎหมาย ตามหลักสิทธิมนุษยชนซึ่งบางครั้งอาจจะกว้างกว่ากฎหมายก็ได้ แต่ปัญหาก็อย่างที่หมอสุรเชษฐ์บอก เป็นเรื่องบรรยากาศในการทำงาน ถ้าบรรยากาศเป็นมิตร ไม่มีอคติ มีการยอมรับซึ่งกันและกัน ไม่มองคนที่คิดต่างไม่ใช่พวก รับฟังกันงานที่เรามุ่งมั่นทำมันก็จะไปได้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาตนเองก็โดนเยอะเหมือนกัน ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะทำงาน แต่ถ้ามีการก้าวล่วงในหลักการก็จะไม่ยอม ซึ่งส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ไม่ลาออกก็อาสาเข้ามา เคยแถลงในที่ประชุมหลายครั้งว่า หากใครก็ตามเห็นว่าเราทำงานไม่ได้ หรือทำงานแล้วทำให้เกิดความเสียหายก็เสนอถอดถอนต่อรัฐสภาได้ ไม่เว้นแม้แต่กสม.ด้วยกันก็เสนอได้ เรามาตามกฎหมายก็ยินดีและเต็มใจที่จะไปตามกฎหมาย แต่ถ้าหากเรายังมีอำนาจหน้าที่และกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนถ้าไม่ได้ทำงานเต็มที่ก็ละอายใจ นี่ก็ทบทวนตัวเองทุกวันไม่ได้ยึดติด ถ้าเมื่อไรหลักการทำงานที่เราเคารพต้องเสียไป ก็ต้องพิจารณาตัวเองต้องยอมถอย แต่ก็จะชี้แจงกับสาธารณะว่ามันทำไม่ได้เพราอะไร" นางอังคณา กล่าวและยังได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Angkhana Neelapaijit”ถึงเรื่องดังกล่าวในทำนองเดียวกันด้วย
ด้านนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กสม. ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าว แต่ระบุว่า นายวัส ติงสมิตร ประธานกสม. เตรียมที่จะแถลงข่าวเรื่องนี้เร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นายวัส ติงสมิตร ประธานกสม. อยู่ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ซึ่งปัญหาความขัดแย้งภายในกสม.สาเหตุหลักน่าจะมาจากกสม.ส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับท่าที การบริหารงาน การเปลี่ยนรูปแบบการทำงานกสม.ของประธานกสม.



