
คุก !! อดีตนายทหารนอกราชการค้ากัญชา
ไร้ญาติยื่นประกันนอนคุก“เกรียงไกร ชัยชุมพร”อดีตนายทหารนอกราชการ ผู้ต้องหาตามหมายจับพัวพันแก๊งไต้หวัน ค้ากัญชาอัดแท่งข้ามชาติ ลำเลียงสปป.ลาวส่งผ่านไทยกว่า3,000โล
5 เม.ย. ร.ต.อ.ประเสริฐ แตงอ่อน พนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ( ปส.) ได้ควบคุมตัว นายเกรียงไกร ชัยชุมพร อดีตนายทหารนอกราชการ ยศพลโท อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 25 พ.ย.59 คดีร่วมกันมีกัญชา ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ,สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5 – 16 เม.ย.นี้ เนื่องจากต้องรอสอบปากคำพยานอีก 4 ปาก และตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือ โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา จนถึงที่สุดด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และการกระทำของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นเครือข่าย และเป็นภัยต่อสังคม หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงจะหลบหนีและกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย.60 พนักงานสอบสวน ได้รับตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมที่ กองกำกับการ 1 บก.ปส.3 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงบางเขน เขตหลักสี่ หลังจากมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นายเกรียงไกร ผู้ต้องหา ร่วมกระทำผิดกับนาย สี เจ ซัน อายุ 64 ปี สัญชาติไต้หวัน และนายสุพรชัย หรือ โก๋ ชูแก้ว อายุ 45 ปี ลำเลียงกัญชากัญชาแห้งอัดแท่ง บรรจุในถุงพลาสติกใส จำนวน 3,155 แท่ง น้ำหนัก 3,155 กิโลกรัม มูลค่าซื้อขายราคา 32 ล้านบาท จากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวลาว ส่งต่อให้กับพ่อค้ากัญชาชาวไทย ไม่ทราบชื่อในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี หรือ จ.ชลบุรี
โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ย.59 เวลากลางวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 และเจ้าพนักงานป.ป.ส. กับพวก ร่วมกันจับกุมตัว นาย สี เจ ซัน และนายสุพรชัย หรือโก๋ ชูแก้ว ได้พร้อมกัญชาแห้งอัดแท่งมูลค่าซื้อ-ขาย 32 ล้านบาท พร้อมของกลางอื่นรวม 17 รายการ ซึ่งก่อนวันดังกล่าวตำรวจชุดจับกุมนี้ได้ทราบจากสายลับว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดชาวลาวชื่อท้าวบูน ไม่ทราบนามสกุลจริง ชาวเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ประเทศ สปป.ลาว เจ้าของยาเสพติด ได้ติดต่อให้จัดหา รถลำเลียงกัญชาน้ำหนัก 3,200 กิโลกรัมบรรจุในกระสอบปุ๋ยสีขาว รวม 86 กระสอบ ส่งต่อให้กับพ่อค้ากัญชาชาวไทย ไม่ทราบชื่อในเขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี หรือ จ.ชลบุรี
กระทั่งมีการลำเลียงกัญชามาส่งมอบกันที่บริเวณป่าหญ้าริมถนนเลียบฝั่งแม่น้ำโขง ข้างสวนยางพารา ใกล้ท่าทรายเซ็นจูรี ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.59 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ แล้วต่อมาท้าวบูน เจ้าของยาเสพติด ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่อำพรางและสายลับเพื่อแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่จะติดต่อกับผู้ที่จะมารับกัญชาอัดแท่ง โดยเจ้าหน้าที่อำพราง ได้ติดต่อชายผู้จะมารับกัญชาและนัดพบกันบริเวณที่พักรถยนต์ทางหลวงพิเศษ หมายเลข 7 แล้วเมื่อวันที่ 24 ส.ค.59 เวลา 16.00 น. นายจีระยุทธ วาณิชย์ เครือข่ายผู้ค้ากัญชาชาวไทย ได้ขับรถยนต์นำเจ้าหน้าที่อำพราง ลำเลียงกัญชาแห้งอัดแท่งดังกล่าวมาเก็บไว้ยังโกดังเก็บสินค้า บริษัท ฟอร์โมซา ปิโตรเคมีคอล จำกัด ที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี โดยมีนายสี เจ ซัน เจ้าของโกดัง มาเปิดประตูโกดัง
จากนั้นนายจีระยุทธ และเจ้าหน้าที่อำพรางจึงขนกัญชาลงจากรถบรรทุก ไปเก็บไว้ในโกดัง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ชุดจับกุม จึงได้จัดวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณรอบๆโกดัง ที่เกิดเหตุ และสังเกตกลุ่มบุคคลเครือข่ายของผู้ค้ายาเสพติดกัญชาชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยพบว่า นายสี เจ ซัน และนายสุพรชัย หรือโก๋ ชูแก้ว ลูกน้อง จะทำหน้าที่เฝ้าดูแล เปิด-ปิดประตูโกดังเก็บกัญชา และตรวจไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในโกดัง
กระทั่งวันที่ 4 ก.ย.59 เจ้าหน้าที่พบว่า นายสี เจ ซัน กับพวกเริ่มไหวตัวและเตรียมจะหลบหนี จึงแสดงตัวของตรวจค้นและจับกุมนาย สี เจ ซัน กับนายสุพรชัย หรือโก๋ จากนั้นให้นำตรวจค้นภายในโกดังพบกัญชาอัดแท่งรวม 3,150 แท่งมีผ้าเต้นท์สีดำคลุมปิดอยู่ แล้วจึงนำทั้งสอง พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนนายเกรียงไกร ผู้ต้องหาคดีนี้ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการซึ่งซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณโกดัง พบว่า เมื่อเย็นวันที่ 25 ส.ค.59 นายเกรียงไกร ผู้ต้องหา ได้ขับรถยนต์เบนซ์ สีดำ ทะเบียน ฐง -8789 กทม.เข้ามาตรวจดูกัญชาภายในโกดังกับนายสี เจ ซัน ก่อนจะโทรศัพท์เรียกชายอีก 2 คนขับรถยนต์เข้ามาตรวจดูกัญชาในโกดังร่วมกัน จากนั้นทั้ง 4 คนกลับออกไป
จากการสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน น่าเชื่อว่าทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยแบ่งหน้าที่กันทำ จึงได้ขอศาลออกหมายจับนายเกรียงไกรกับพวกรวม 7 คน กระทั่งเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 60 ที่ผ่านมา เวลา 15.50 น. เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ปส.ได้จับกุมนายเกรียงไกรผู้ต้องหาได้ขณะเดินทางมาปรากฏตัวและเยี่ยมพวกผู้ต้องหา ที่ กก.1 บก.ปส.3 ถ.วิภาวดีรังสิต จึงเข้าจับกุมและแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2545 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ชั้นจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฝากขังวันนี้ จนสิ้นสุดเวลาทำการศาล ไม่ปรากฏว่าผู้ใดมายื่นประกันตัวนายเกรียงไกรแต่อย่างใด ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป



