ข่าว

“วิษณุ” เชื่อ กม. 3 ฉบับสำคัญออกทัน 240วัน ตาม รธน.กำหนด

“วิษณุ” เชื่อ กม. 3 ฉบับสำคัญออกทัน 240วัน ตาม รธน.กำหนด

05 เม.ย. 2560

“วิษณุ” เชื่อ กม. ให้ปชช.ร่วมต้านโกง-สิ่งแวดล้อม-วินัยการคลัง ออกทันใน 240 วันตาม รธน.กำหนด 

 

          เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเรียกปลัดกระทรวงประชุม เพื่อทำความเข้าใจหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ ว่า การประชุมในวันนี้จะเป็นการติดตามผลการประชุมที่มีก่อนหน้านี้ ซึ่งกระทรวงยุติธรรม จะสรุปผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานว่าทำอะไรไปบ้าง มีปัญหาอุปสรรคอะไร ในฐานะที่เป็นเจ้าของเรื่อง จากนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.)และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) จะชี้แจงขั้นตอนว่าแต่ละหน่วยงานจะต้องทำอะไรบ้างในช่วงเวลา 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน นับต่อจากนี้ และจะมีการพิจารณาว่ามีร่างกฎหมายฉบับใดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใด บางเรื่องหากทำไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดอาจไม่มีผล

           'แต่บางเรื่องที่รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญ อาทิ กฎหมายที่เกี่ยวกับการรับฟังความเห็นของประชาชนหรือชุมชนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต กฎหมายวินัยการคลัง ซึ่งกระทรวงการคลังส่งเรื่องไปที่ สคก. เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเร็วๆนี้ และกฎหมายที่เกี่ยวกับการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการต่อต้านทุจริต โดยคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้กำหนดว่าใครเป็นหัวหน้าหน่วยงานที่จะรับผิดชอบ  ซึ่งกฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ว่าต้องทำภายในเวลา 240 วัน และถ้าทำไม่ทันจะมีผลอะไร หากเจ้าของเรื่องไม่รีบทำเพื่อเสนอ สนช. ให้ทันตามกำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานราชการนั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง ส่วนจะออกเป็นกฎหมายใหม่หรือไม่นั้นก็ต้องสอบถามจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ทราบว่ากฎหมายวินัยการเงินการคลัง จะออกมาเป็น พ.ร.บ.ฉบับใหม่  ทั้งตนเป็นคนอยากพูดถึงร่างกฎหมาย 3 ฉบับดังกล่าว ในครม.เพื่อเป็นการเตือนให้รู้ เพราะเกรงว่าจะลืม เป็นการโชว์ผลงาน ไม่มีอะไรน่าสงสัย การเตือนเพราะเห็นว่ามีบทลงโทษหัวหน้าหน่วยงาน และชอบกฎหมายที่เขียนไว้แบบนี้ 'วิษณุ กล่าว

         เมื่อถามว่าระยะเวลา 240 วัน หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องจะทำเสร็จทันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เสร็จทันแน่นอน เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่ บางเรื่องไปแก้ไขบทบัญญัติบางมาตราในกฎหมายบางฉบับเท่านั้น และหน่วยงานเจ้าของเรื่องมีแนวคิดไว้แล้ว

         เมื่อถามว่าการออกกฎหมายที่มีเงื่อนเวลากำหนดไว้ จะต้องทำตามมาตรา 77  ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ว่าต้องรับฟังความเห็น จากประชาชน ซึ่งอาจทำไม่เสร็จตามกรอบเวลา รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องทำตามมาตรา 77 และเชื่อว่าทันตามกรอบเวลา การเปิดรับฟังความเห็นประชาชนไม่ต้องเอิกเกริกมากหรือไปทำประชามติ หน่วยงานนั้นสามารถเอาขึ้นเว็บไซต์ เพื่อรับฟังความเห็นได้และถือได้ว่าเป็นความเห็นของประชาชนแล้ว โดยความเห็นที่ได้มานั้นหน่วยงานรัฐไม่จำเป็นต้องทำตามทั้งหมด แต่นำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของครม.และ สภาฯ ทั้งนี้ตามเวลา 240 วัน ที่หน่วยงานต้องนำเสนอเข้าสนช. ไม่เกี่ยวกับการใช้เวลาพิจารณาของสนช. และเชื่อว่าไม่น่าจะมีการรวบรัดในการออกกฎหมาย ตามที่อาจมีข้อกังวล