
ป้าแท็กซี่มหาภัยรับอารมณ์ร้อน-ตร.อายัดคดีชิงทรัพย์ค้างเก่า
ป้าแท็กซี่มหาภัยรับเป็นคนอารมณ์ร้อน เครียดปัญหาหนี้สิน-เบื่อรถติด-ตร.ส่งตัวฟ้องบ่ายนี้-ท้องที่อื่นอายัดตัวดำเนินคดี
จากกรณี นางผุสดี อัญชัญภาติ อายุ 50 ปี หญิงขับแท็กซี่ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน หลังจากถูกออกหมายจับคดีลักทรัพย์ผู้โดยสาร เมื่อปี 2558 โดยก่อนหน้านี้ผู้โดยสารเข้าแจ้งความว่า ถูกนางผุสดีไล่ลงจากรถ และขับรถออกนอกเส้นทาง ทั้งยังลักทรัพย์เป็นเงินสดกว่า 10,000 บาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ก่อนขับรถหลบหนีไป โดยได้เข้ามอบตัวเมื่อช่วงสาย วันที่ 5 เมษยน พร้อมทนายความ ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวไปสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รองผบช.น. มาร่วมสอบสวนด้วยตัวเอง
ต่อมาเวลา 10.30 น. วันที่ 5 เมษายน นางผุสดี ได้เปิดเผยหลังการสอบปากคำว่า เริ่มขับแท็กซี่เมื่อปี 2555-2556 โดยยอมรับว่าเป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าเครียดจะมีอาการโมโหรุนแรงทันที ทั้งนี้ยอมรับว่า จะทะเลาะกับผู้โดยสารเรื่องเส้นทางหลายครั้ง และจะเครียดหากต้องไปเส้นทางที่รถติด เนื่องจากอยากส่งผู้โดยสารให้ถึงที่เร็วๆ และจะได้ไปรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ เพราะต้องหาเงินไปใช้หนี้
"ยอมรับว่าเป็นคนเครียดอยู่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมากถึงขั้นขายบ้าน ขายรถ ประกอบกับไม่ประสบความสำเร็จเรื่องครอบครัว เมื่อมาขับรถและเจอรถติดก็ยิ่งเครียด โดยปกติไม่ได้ไปรักษาจริงจัง แต่จะซื้อยานอนหลับกับยาคลายเครียดจากร้านขายยา หรือคลินิก มากินเอง" แท๊กซี่สาวกล่าว
นางผุสดี กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ตามในคลิปนั้น เกิดจากผู้โดยสารเป็นแม่และลูกกันเรียกรถจากแพลตตินัม ไปย่านจรัญสนิทวงศ์ รถติดมาก ผู้โดยสารที่เป็นลูกสาวจึงให้เข้าไปในซอย ซึ่งไม่อยากมีปัญหา จึงเข้าไปในซอย แต่เมื่อรถติดทางผู้โดยสารก็ด่าว่าละหาว่าพาอ้อมเส้นทาง จึงเริ่มเครียด ขอให้ลงแต่ผู้โดยสารไม่ยอมลงและไม่จ่ายเงิน บอกให้ส่งให้ถึงที่ิ ก่อนที่จะบอกว่าขอไปเติมแก๊ส ทางผู้โดยสารไม่พอใจจึงพยายามจะลง ขณะที่ผู้โดยสารที่เป็นแม่พยายามจะจ่ายเงินแต่ลูกไม่ให้จ่าย จึงยื้อเงินกันจนเงินขาด ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ตามในคลิป
ส่วนเหตุการณ์ที่มีการแจ้งความไว้ที่สน.พหลโยธิน ซึ่งระบุว่าชิงเงินผู้โดยสารจำนวน 2,000 บาท นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะผู้โดยสารเรียกจากเซ็นทรัลลาดพร้าวไปยังลาดพร้าวซอย1 ค่ามิเตอร์เพียง 53 บาท และผู้โดยสารก็จ่ายมา 60 บาทเป็นธนบัตร 20 จำนวน 3 ฉบับ ซึ่งได้ทอนเงินไปแล้ว5 บาท และหากจะชิงเงิน 2,000 บาท ก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากผู้โดยสารนั่งข้างหลัง จะทำได้อย่างไร นอกจากนี้ก็ไม่ทราบว่าผู้เสียหายบาดเจ็บขณะลงรถอีกด้วย
"สำหรับกรณีที่มีการแจ้งความว่าฉันลักทรัพย์จำนวน 10,000 บาท เมื่อปี 2558 ก็ไม่เป็นความจริง และเรื่องที่ใช้คัตเตอร์จี้ผู้โดยสารฉันก็ไม่เคยทำ แต่ยอมรับว่าพกคัตเตอร์ไว้ในรถจริง เพื่อป้องกันตัว ฉันอยากขอโทษผู้โดยสาร ขอโทษเจ้าของอู่รถที่ทำให้เดือดร้อน ฉันไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอย่างมาก ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้ขับรถมานานมากแล้ว และที่เข้ามามอบตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์"นางผุสดี กล่าวยืนยัน
ขณะที่ พล.ต.ต.มนตรี เปิดเผยว่าหลังจากนี้ ทางพนักงานสอบสวน สน.บางเขน จะต้องสอบปากคำนางผุสดีเพิ่มเติม และจะควบคุมตัวนางผุสดีพร้อมสำนวน ส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 5 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก ที่ศาลอาญาในช่วงบ่ายวันนี้(5 เม.ย.) อย่างไรก็ตามในส่วนของ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ก็ได้ขออายัดตัวนางผุสดีไว้ เพื่อดำเนินคดีต่อในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยวภายในซอยลาดพร้าว 1 เหตุเกิดเมื่อปี 2557 โดยคดีนี้ได้ไล่ผู้โดยสารลงจากรถ แต่เมื่อผู้โดยสารกำลังก้าวขาลงก็ขับรถกระชากออกไป ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ และชิงเงินสด 2,000 บาทไปจากมือผู้โดยสารด้วย
ด้านทนายความของนางผุสดี กล่าวเพียงสั้นๆว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์ 2 แสนบาท ขอประกันตัวในชั้นอัยการแล้ว



