ข่าว

แอลดีพีจะไปทางไหน

แอลดีพีจะไปทางไหน

03 ก.ย. 2552

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เป็นสัจธรรมที่รู้กันดีอยู่ แต่จะมีสักกี่คนที่ทำใจยอมรับได้

 ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดอยู่ในขณะนี้คือ การล้มครืนของพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ แอลดีพี ที่ปกครองญี่ปุ่นมายาวนานถึง 5 ทศวรรษ แต่ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหนก็มีวันล้ม แถมยังอาจจะล้มดังกว่าคนอื่นๆ เสียด้วย

 ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรดา ส.ส.พรรคแอลดีพีที่คุ้นเคยกับการเป็นรัฐบาลมาโดยตลอดจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตพรรคฝ่ายค้านที่คงไม่สามารถ ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ ได้เหมือนเมื่อก่อนหรือไม่

 ส่วนสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิดต่อไปก็คือจะเกิดอะไรขึ้นกับยักษ์ใหญ่ตัวนี้ พรรคแอลดีพีจะถึงกาลล่มสลายหรือไม่

 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมองว่าก็คงจะอยู่รอดได้น่ะแหละ แต่ต้องภายหลังจากที่เกิด กลียุค ขึ้นเสียก่อน

 กลียุคที่ว่าคือ การแตกแยกภายในพรรคนั่นเอง เพราะมุ้งต่างๆ ของแอลดีพี ไม่ว่าจะเป็นพวกสายเหยี่ยว ปีกขวา พวกหัวอนุรักษ์ พวกสายกลาง หรือหัวเสรีจะออกมาทะเลาะเพื่อแย่งชิงว่าใครจะได้เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป

 เมื่อสงครามภายในสงบลงแล้ว ถึงจะมาตั้งต้นมองออกไปนอกพรรคได้อีกครั้ง

 กำหนดการเลือกตั้งผู้นำพรรคคนใหม่ของแอลดีพี คือ ในเดือนกันยายนนี้ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีเค้าเงื่อนเลยว่าใครจะได้มานั่งมากุมบังเหียนแอลดีพีในช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์

 แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่นายทาโร อะโซ นายกรัฐมนตรีโอตาคุ ที่ประกาศไปแล้วว่าจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้แอลดีพีได้ "เริ่มต้นใหม่"

 ภาวะขาดแคลนคนเก่งคนดีที่เป็นอยู่นี้ ส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงกับกล้าฟันธงโชะออกมาเลยว่า แอลดีพีจะหาคนที่เหมาะสมมาดูแลพรรคไม่ได้ต่อไปอีกอย่างน้อยปีหรือสองปีเลยทีเดียว

 แต่ถึงแม้ว่าแอลดีพีอาจจะไม่สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาผงาดได้เหมือนเดิมได้อีก แต่อย่างน้อย แอลดีพีก็ยังจะไม่ตาย

 และนั่นจะทำให้เกิดสิ่งที่หลายคนอยากเห็นในญี่ปุ่น นั่นคือ การเมืองระบบสองพรรค ที่ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การผูกขาดของพรรคเดียวเป็นเวลานมนานแบบที่แอลดีพีทำมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 อีกต่อไป

 แม้แต่นายยูกิโอะ ฮาโตยามะ ว่าที่นายกฯ คนใหม่แห่งแดนซามูไรเองก็เห็นตรงกันในเรื่องนี้

 ฮาโตยามะบอกว่า ถึงแม้แอลดีพีจะถูกถล่มเสียจนยับเยินในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่เขาไม่คิดว่าเรื่องนี้จะถึงกับทำให้แอลดีพีต้องล่มสลาย

 แอลดีพีจะกลับมาแข็งแกร่ง แล้วเขาก็คิดว่ามันควรจะเป็นเช่นนั้นด้วย

 เพราะถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ระบบการเมืองแบบสองพรรคที่แท้จริงก็จะไม่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเสียที

ทัศนีย์ สาลีโภชน์