
ดีเดย์ 10 เมษา ดัน"แรงงานผู้สูงอายุ" เพิ่มโอกาส สร้างรายได้
ก.แรงงาน ดีเดย์ 10 เมษา ดันแรงงานผู้สูงอายุ เพิ่มโอกาส สร้างรายได้ ระบุ ผู้เข้ารับการอบรมอายุ 50 ปี เป้าหมายฝึกอาชีพ 6,160 คน
นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันที่ 13 เมษายน เป็นวันผู้สูงอายุ และเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ดังนั้นกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงให้สถาบันฯและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั้วประเทศ เปิดฝึกอบรมพร้อมกันในวันที่ 10 เมษายน 2560 เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการดูแลเอาใจใสผู้สูงวัย และเป็นไปตาม 8 วาระปฏิรูป การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ(ผู้สูงอายุ คนพิการ ฯ) ภายใต้การนำของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังแรงงาน และการส่งเสริมสนับสนุนผู้สูงอายุในการประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม ภายใต้โครงการ “ฝึกอบรมแรงงานผู้สูงอายุเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ” เพื่อให้แรงงานผู้สูงอายุมีอาชีพอย่างยั่งยืน มีรายได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนรองรับสถานการร์ผู้สุงอายุในอนาคตด้วย
นายธีรพล ขุนเมือง
นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า ในปี 2560 กพร.มีเป้าหมายในการฝึกอาชีพแรงงานผู้สูงอายุจำนวน 6,160 คน ตั้งแต่ตุลาคม 2559 ถึง ปัจจุบัน ดำเนินการไปแล้วจำนวน 4,518 คน บางส่วนนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกไปใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ได้ และบางส่วนมีงานทำพร้อมประกอบอาชีพเสริมมีรายได้เฉลี่ย 2,735 บาทต่อคนต่อเดือน มีระยะเวลาการฝึก 3-5 วัน รวม 18-30 ชั่วโมง หลักสูตรที่ดำเนินการ อาทิ การประกอบอาหารไทย การทำเครื่องหอมและน้ำมันหอมระเหย การทำน้ำยาเอนกประสงค์ การทำไม้กวาดดอกหญ้า การทำขนมไทย การจักสานด้วยเส้นพลาสติก ซึ่งผู้เข้าอบรมมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
" เดือนเมษายนของทุกปี มีวันสำคัญหลายวัน อาทิ วันที่ 13 เมษายน เป็นวันผู้สูงอายุ 14 เมษายน เป็นวันครอบครัว และระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน เป็นวันสงกรานต์และวันขึ้นปีใหม่ไทย ซึ่งแรงงานที่ทำงานในจังหวัดอื่นๆ มักจะเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมพ่อแม่ บุตรหลานและญาติ เนื่องจากมีวันหยุดยาว ดังนั้น กิจกรรมที่ กพร.จัดขึ้น จะเป็นการกระตุ้นเตือนให้บุคคลในหลายๆกลุ่ม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ความสำคัญกับแรงงานผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่า ปี 2561 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าประชากรในวันเด็ก จึงต้องเตรียมพร้อมทั้งการดูแล และการพัฒนาศักยภาพแรงงานกลุ่มนี้ให้สามารถช่วยเหลือและดูแลตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย" นายธีรพลกล่าว



