
ตร.ไล่ล่าหนุ่มทาสยามีดแทงพ่อขวดตีหัวแม่ดับ
หนุ่มทาสยาคว้ามีดจ้วงแทงพ่อ แม่หันมาห้ามเจอขวดเหล้าตีหัวล้มคว่ำไม่หนำใจตืบซ้ำจนแน่นิ่ง ก่อนจะเสียชีวิตในที่สุด ญาติรู้ข่าวเอาไว้ไม่ได้ สุดท้ายพ่อแจ้งตร.จับ
เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี ยะปาละ ผกก.สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้ออกหมายจับนายธงชัย แก้วดาว อายุ 36 ปี แล้ว พร้อมตั้งชุดสืบสวนออกแกะรอยคนร้ายรายนี้อย่างต่อเนื่อง หลังนายดวงดี แก้วดาว อายุ 61 ปี บิดา เข้าแจ้งความในข้อหาทำร้ายนางอัมพร ดวงใจ อายุ 60 ปี แม่บังเกิดเกล้าของนายธงชัยจนบาดเจ็บและเสียชีวิตที่รพ.นครพิงค์ ในเวลาต่อมา
เหตุสลดสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมานายธงชัย ได้เดินถือมีดเข้ามาในบ้านพักลักษณะคล้ายคนเมายาเสพติด จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงตรงเข้าจ้วงแทงนายดวงดี ผู้เป็นบิดาทันทีจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ระหว่างนั้นนางอัมพร พยายามเข้าห้ามปรามปรากฏว่านายธงชัย เกิดความไม่พอใจหันมาเล่นงานนางอัมพร ด้วยการใช้ขวดเหล้าตีเข้าที่ศีรษะอย่างแรงหลายครั้งจนล้มทั้งยืน
ระหว่างนั้นนายธงชัย ยังไม่หยุดความบ้าคลั่งกระโดดกระทืบแม่ตัวเองทั้งที่นอนสลบแน่นิ่ง และใช้ขวดทุบที่ใบหน้าอย่างแรงจนกรามหัก ชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงเอะอะโวยวายได้รีบเข้ามาช่วยเหลือทำให้นายธงชัย วิ่งหลบหนีไปทันที
อย่างไรก็ตามแม้จะส่งตัวนางอัมพร ไปรักษาอาการยังรพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ แต่เพราะอาการสาหัสมาก สมองได้รับการกระทบกระเทือนมีเลือดคั่งในสมอง แต่นางอัมพร กลับไม่โกรธเคืองลูกแม้แต่น้อย ซ้ำยังบอกกับนายดวงดี สามีตัวเองว่าอย่าเอาเรื่องบุตรชายหรือแจ้งความตำรวจเด็ดขาด กระทั่งทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจต่อหน้าต่อตานายดวงดี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้นายดวงดี เกิดความเสียใจเป็นอย่างมากแต่ก็ยังทำตามที่ภรรยาบอก จนกระทั่งมีการนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก ทางญาติพี่น้องทราบข่าวไม่ยอมให้เรื่องจบลงง่าย ๆ โดยให้เหตุผลว่าการกระทำของนายธงชัย เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายร้ายแรง และหากปล่อยไว้เกรงว่าจะกลับมาทำร้ายตัวนายดวงดีเอง หรืออาจไปก่อเหตุทำร้ายผู้อื่นด้วย นายดวงดีจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
" นายธงชัย ถือเป็นบุคคลอันตรายมากเบื้องต้นทราบว่ายังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงดาว คาดว่าอีกไม่นานคงได้ตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งตำรวจจับกุมได้ทันที สามารถติดต่อมาได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 053 455 081 " พ.ต.อ.ศักดิ์ศรีกล่าว



