ข่าว

อยากมีรายการให้ครูบ้าง

อยากมีรายการให้ครูบ้าง

03 ก.ย. 2552

วันนี้อยากจะพักร้อนเรื่องของการเมืองสักหน่อย เลยเปิดโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ ก็พบว่าปัจจุบันรายการจำนวนมากนั้นพยายามจะสร้างสิ่งที่เรียกว่าการเรียนรู้คู่กับความบันเทิง ที่เรียกว่า edu-tainment อะไรทำนองนี้แหละครับ

 นอกจากนั้นเราก็จะพบความตื่นตัวที่ว่าด้วยเรื่องของรายการสำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก จนดูเหมือนว่าประเด็นการมีรายการสำหรับเด็กและเยาวชนกลายเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว

 แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะขาดไป หรือคงมีน้อยจนผมหาไม่ค่อยจะเจอก็คงจะเป็นรายการสำหรับครูนี่แหละครับ

 จะว่าไปแล้วเราก็คงตีความได้สองทาง ทางแรกก็คือ เราอาจมีรายการให้ครูอยู่แล้วในแง่ของรายการสารคดีต่างๆ ที่ครูจะได้ความรู้ ส่วนในแนวทางที่สอง เราอาจจะไม่มีรายการในแนวอื่นๆ (มีแต่อาจน้อย แต่ผมคิดว่าไม่มี) ที่ตอบสนองต่อชุมชนครู ในแง่ของการนำเสนอรายการเทคนิคการสอน การวัดประเมินผล หรือการไปคุยกับครูต่างๆ

 เมื่อเทียบกับรายการที่ว่าด้วยเทคนิคการใช้รถ เทคนิคการตีกอล์ฟ เทคนิคการเลี้ยงลูก เทคนิคการลงทุน หรือรายการเอาเกล็ดเรื่องคดีความต่างๆ มาเล่า

 เรื่องนี้ก็แปลกนะครับ ที่ไม่มีการให้ความสนใจช่วยกันปรับปรุงคุณภาพของครู หรือเพราะว่าเราตีความเรื่องการศึกษาเสียก้าวหน้าจนเกินไป ในความหมายที่ว่าเมื่อเราไปมองการศึกษาในฐานะการเรียนรู้มากกว่าการเรียนการสอนในแบบเดิม เราก็เลยลืมไปว่าเมื่อเราพูดถึงเรื่องการศึกษา เราก็คงต้องพูดถึงเรื่องคุณภาพของครูในฐานะบุคลากรส่งเสริมการเรียนรู้ด้วย

 ไม่ใช่มองแค่ว่าโทรทัศน์นั้นจะมาทำหน้าที่แทนครูได้เลย ในฐานะของการจัดหารายการที่ดีให้แก่เด็กๆ และผู้ที่สนใจ

 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเราจึงไม่ค่อยให้ความสนใจในสิ่งนี้มากนัก ทั้งที่ไม่ว่าเราจะมีเรื่องการเรียนรู้อีกมากมายมหาศาลเช่นไร การเรียนรู้เหล่านั้นก็เกิดขึ้นในกระแสของการขยายเวลาการศึกษา ซึ่งหมายถึงการบีบให้คนอยู่ในโรงเรียนนานขึ้น และหมายถึงการทำให้ผู้เรียนนั้นต้องเจอกับครูมากขึ้นและนานขึ้น

 และเมื่อพูดถึงรายการโทรทัศน์สำหรับครูแล้ว ก็น่าจะมีเว็บไซต์สำหรับครูด้วย ที่ทำให้ครูสามารถเข้ามาเพิ่มพูนความรู้และมีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันได้

 แน่นอนว่าการนำเสนอสื่อให้แก่ครูนั้นอาจมีผู้แย้งว่าจะทำให้เด็กในฐานะผู้เรียนนั้นรู้เคล็ดลับไปด้วย และทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการประเมินผล แต่ข้อกังวลนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาหลักเพราะว่าความรู้นั้นไม่ใช่เรื่องของความลับ และการประเมินผลผู้เรียนก็ต้องมีความโปร่งใสอยู่แล้ว

 เอาเป็นว่า ถ้ากระทรวงศึกษาฯ และคุรุสภาไม่สนใจเรื่องนี้ โทรทัศน์สาธารณะไม่สนใจเรื่องนี้ กรุงเทพมหานครไม่สนใจเรื่องนี้ มหาวิทยาลัยที่มีคณะศึกษาศาสตร์หรือครุศาสตร์ก็อาจจะเริ่มทำเรื่องนี้ขึ้นก่อน หรือถ้ายังไม่มีคนพร้อมหรือสนใจ ผมคิดว่านิสิตนักศึกษาของคณะดังกล่าวอาจจะลุกขึ้นมาลองนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้นครับ

 เห็นใจคนเป็นครูและ/หรืออยากมีครูดีๆ บ้างครับผม