ข่าว

ทีโอทีมึนอนาคตองค์กร แผนร่วมทุนแคทสะดุด จัดหาพันธมิตรถูกเบรค

ทีโอทีมึนอนาคตองค์กร แผนร่วมทุนแคทสะดุด จัดหาพันธมิตรถูกเบรค

04 เม.ย. 2560

โดย -โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

           ผู้บริหารทีโอทีสุดมึนอนาคตองค์กร แผนร่วมทุนจัดตั้งบริษัทลูกร่วมทุนแทคตามมติคนร.ยังลูกผีลูกคน ขณะแผนจัดหาพันธมิตรร่วมทุนพัฒนาโครงข่ายมือถือบนคลื่น 2100 และ2300 ยังไม่คืบ แม้สอดคล้องนโยบายพีพีพีของรัฐ

           แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ บริษัททีโอที จำกัด(มหาชน) และ บริษัทกสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ได้ตีกลับแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนทีโอทีและแคท ในการจัดตั้งบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต จำกัด(NGDC) และบริษัท โครงข่ายอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์แห่งชาติจำกัด( NBN ) เนื่องจากยังขาดความชัดเจนในเรื่องของแผนธุรกิจนั้นว่า คณะทำงานร่วมทีโอที-และแคท คงจะมีการหารือในรายละเอียดเพื่อปรับปรุงแผนธุรกิจดังกล่าวให้มีความชัดเจน ก่อนนำเสนอกลับไปยังคณะทำงาน ทั้งนี้ที่ผ่านมาการจัดทำแผนร่วมทุนดังกล่าว ทั้งทีโอทีและแคทได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาแผนควบรวมธุรกิจเพื่อร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ว่านี้ตามนโยบาย คนร.แล้ว

          โดยในส่วนของทีโอทีได้ว่าจ้างบริษัทไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์(PWC) ส่วนแคทได้ว่าจ้างบริษัทดีลอยท์ ประเทศไทย เข้ามาศึกษาให้ความเห็น แต่เมื่อคณะกรรมการกลั่นกรองยังเห็นว่ายังขาดความชัดเจน ก็ต้องหาทางปรับปรุงกันต่อไป

               อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่านอกจากการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนทีโอทีและแคทข้างต้นแล้ว ในส่วนแผนจัดหาพันธมิตรธุรกิจเพื่อร่วมพัฒนาเครือข่ายมือถือบนคลื่น 2100 และ 2300 เมกะเฮิรซ์ (MHz) ซึ่งเป็นแนวทางในการนำทรัพย์สินที่ได้รับมอบจากบริษัทเอกชนตามสัญญาสัมปทานมาใช้ให้เกิดรายได้แก่องค์กรก็เผชิญกับปัญหาความไม่ชัดเจนในนโยบายของรัฐและกระทรวงดีอี โดยในส่วนของคลื่น 2100 MHz นั้นทีโอทีได้เจรจาดึงบริษัทแอดวานซ์ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) ในเครือเอไอเอเข้ามาเป็นพันธมิตร ซึ่งแม้จะมีการจัดทำข้อตกลงร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจมาตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ก็ยังเป็นเพียงข้อตกลงทดลองให้บริการชั่วคราวเท่านั้น

               แม้จะเป็นแนวทางการฟื้นฟูองค์กร เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวแก่องค์กร ทั้งยังเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายการดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐหรือพีพีพี(PPP) แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากบอร์ดทีโอที กระทรวงดีอี และ คนร. โดยปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นการทดลองให้บริการข้ามโครงข่าย(โรมมิ่ง)กันอยู่เท่านั้น แม้ฝ่ายบริหารและสหภาพรัฐวิสาหกิจทีโอทีเองจะพยายามผลักดันแนวทางการดึงพันธมิตรธุรกิจเข้ามาร่วมพัฒนาโครงข่าย แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนโยบาย ขณะที่ในส่วนของการดึงเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาโครงข่าย 2300 MHz เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์นั้น ก็คาดว่าจะเจอปัญหาเช่นเดียวกัน