
ดอกหญ้าริมทาง ดูแสนจะไร้ค่า แต่ราคาเงินล้าน!
แหล่งซื้อขายดอกหญ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ อยู่ที่บ้านหินกอง จ.ระนอง ชาวบ้านจะรับซื้อดอกหญ้าจากชาวพม่าที่ทำเป็นมัดแล้ว มัดละ มัดละ 1,000 ก้าน
ไม้กวาด อุปกรณ์ทำความสะอาดสามัญประจำบ้านที่ทุกครัวเรือน ต้องมีไว้อย่างน้อย 1 ด้ามเสมอ หากชำรุดหรือหมดสภาพการใช้งานก็ต้องหาซื้อมาใหม่ไม่ให้ขาด แต่หลายคนคงไม่ทราบที่มาของแหล่ง
วัตถุดิบสำคัญคือ "ดอกหญ้า" ที่ทำให้มีไม้กวาดไว้ใช้ตลอดทั้งปี แม้จะพบเห็นดอกหญ้าได้ตามริมทางข้างถนนติดกับเนินเขา ซึ่งชาวบ้านจะเก็บมาตากแดดเรียงรายก่อนจะนำมามัดให้เป็นไม้กวาดตามแนวถนัดของแต่ละคน และมักจะมีลักษณะแตกต่างกัน บ้างก็ทำไว้ใช้เอง หรือรวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตไม้กวาดส่งขายเป็นอาชีพเสริม
แหล่งซื้อขายดอกหญ้าที่สำคัญและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ อยู่ที่บ้านหินกอง ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง ซึ่งคนที่นี่เรียกว่าดอกอ้อ ชาวบ้านจะรับซื้อดอกหญ้าจากชาวพม่าที่ทำเป็นมัดแล้ว มัดละ 1,000 ก้าน นำใส่เรือข้ามแม่น้ำกระบุรี ที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับสหภาพเมียนมา ขณะที่พ่อค้าคนกลางฝั่งไทยทำโกดังขนาดใหญ่ไว้รองรับ แต่ละปีจะมีดอกหญ้าตุนไว้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนมัด ดอกหญ้าที่แข็งแรงทนทานสามารถหาเก็บได้ในเฉพาะช่วงหน้าแล้งเท่านั้น จึงจำเป็นต้องใช้ดอกหญ้าจำนวนมากมาตุนไว้เพื่อที่จะทำไม้กวาดได้ตลอดทั้งปี
ซึ่งในช่วงนี้ดอกหญ้าจากฝั่งพม่าจะถูกส่งเข้ามาเป็นจำนวนมากทำให้โกดังถูกอัดแน่นเต็มพื้นที่ เพื่อกระจายไปให้ผู้รับซื้อที่มาจากทั่วทั้งภาคใต้นำวัตถุดิบเหล่านี้ไปแปรรูปทำเป็นไม้กวาดขายอีกทอดหนึ่ง หากดอกหญ้าในโกดังชุดเก่าใกล้จะหมด ก็จะมีของใหม่จากฝั่งพม่าเข้ามาเสริมอยู่ตลอด ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
ดอกหญ้าที่เก็บตุนเอาไว้ พ่อค้าคนกลางจะขายต่อในราคามัดละ 160 บาท แต่เมื่อนำไปทำไม้กวาดแล้วจะได้ไม่ต่ำกว่า 15 ด้าม ปกติจะส่งขายตามท้องตลาดในราคาด้ามละประมาณ 50 - 80 บาท นับว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพราะแต่ละบ้านขาดไม้กวาดไม่ได้ทำให้ดอกหญ้าริมทาง ซึ่งดูเหมือนจะไร้ค่าแต่ทำราคาได้เป็นล้าน
เรื่อง-ภาพ จรูญ ทองนวล NationPhoto



