
ทลายเจ้าแม่เงินด่วนเมืองเพชรสะพัด100ล้าน
กองปราบบุกทลายแก๊งเงินกู้“ทราย จัดเต็ม”เจ้าแม่เงินด่วนเมืองเพชร-พบเงินหมุนเวียน100ล้านบาท
เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (เพชรบุรี) พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.พารินท จันทร์เลิศ ,พ.ต.ท.สุทธิชัย ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ป. จำนวนกว่า 50 นาย ระดมกวาดล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและสุพรรณบุรี จำนวน 6 เป้าหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำหรับพื้นที่เป้าหมายจุดสำคัญที่มีการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้อยู่ที่บ้านพักเลขที่ 45/38 หมู่บ้านจัดสรรณัฎฐรียา ต.นาวุ้ง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.จันทร์เพ็ญ แก้วมีสี หรือ “ทราย จัดเต็ม” อายุ 32 ปี โดยเข้าทำการตรวจค้นเมื่อเวลา 06.00 น. ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ภูมินทร์ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ป. พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรี พบบ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 100 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด
ทั้งนี้ในช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับแสดงตัวขออนุญาตเข้าทำการตรวจค้น แต่กลับพบว่าไม่มีผู้ใดยอมปรากฏตัวออกมาแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่สังเกตเข้าไปจากภายนอกบ้านพบว่า ภายในบ้านหลังดังกล่าวมีการเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเปิดไฟบริเวณโดยรอบจำนวนหลายดวง
อีกทั้งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนหลายตัวล้อมรอบพื้นที่บ้านอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมกับติดต่อประสานไปยังญาติของ น.ส.จันทร์เพ็ญ ซึ่งเชื่อว่า น.ส.จันทร์เพ็ญ น่าจะยังอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว แต่ด้วยความตกใจจึงทำให้ไม่กล้าออกมาพบเจ้าหน้าที่
ต่อมาภายหลังจากมีการประสานติดต่อไปทางญาติของ น.ส.จันทร์เพ็ญแล้ว จากนั้นไม่นาน น.ส. จัทนร์เพ็ญ ก็ได้ยอมเดินออกมาจากบ้านพักพร้อมกับ นายสุรเดช สุขสำราญ อายุ 39 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อนหนุ่มคนสนิท ซึ่งอยู่ภายในบ้านดังกล่าวด้วยกัน เพื่อมาเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ ก่อนจะอนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าวได้
ทั้งนี้จากการตรวจสอบภายในบ้านอย่างละเอียดพบว่า ภายในห้องเก็บของชั้นล่างของบ้านมีแฟ้มเก็บเอกสารการกู้ยืมเงินอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงยังตรวจพบอาวุธปืนพกขนาดต่างๆอีกจำนวน 5 กระบอก ถูกเก็บไว้ภายในตู้เซฟบนชั้นสองของบ้าน
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้กระจายกำลังเข้าทำการตรวจค้นภายในสำนักงานเอ็กเซลเล็นท์ และที่อาคารเก็บรถจักรยานยนต์ของบริษัทดังกล่าว ที่ น.ส.จันทร์เพ็ญ เป็นผู้ครอบครอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี พบรถจักรยานยนต์จำนวน 20 กว่าคัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้ทำการตรวจสอบ
พ.ต.อ.ภูมินทร์ เปิดเผยว่า สำหรับปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 6 จุดในครั้งนี้ สามารถตรวจยึดเอกสารการกู้ยืมเงินนอกระบบของเครือข่ายเงินกู้ได้ 2 เครือข่าย โดยเครือข่ายแรกเป็นเครือข่ายของ น.ส.จันทร์เพ็ญ หรือ ทราย จัดเต็ม
ซึ่งจากหลักฐานเอกสารที่ตรวจยึดได้นั้นพบว่ามีวงเงินกู้ยืมเงินนอกระบบสูงกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของอาวุธปืนทั้ง 5 กระบอกที่สามารถตรวจยึดได้นั้นพบว่าเป็นปืนทั้งหมดเป็นปืนมีทะเบียนถูกต้อง
โดยแบ่งเป็นปืนของน.ส.จันทร์เพ็ญ 3 กระบอก และปืนของ นายสุรเดช 2 กระบอก อย่างไรก็ตามในส่วนของนายสุรเดช ถึงแม้ว่าปืนจะมีทะเบียน แต่เนื่องจากตามกฎหมายแล้วไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธปืนออกนอกพื้นที่บ้านได้
แต่นายสุรเดช กลับนำปืนมาเก็บไว้ที่บ้านของ น.ส.จันทร์เพ็ญ จึงถือเป็นความผิดในฐาน “พกพาอาวุธปืนออกไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ขณะที่ในส่วนของ น.ส.จันทร์เพ็ญ นั้นจากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบจริง โดยทำมานานกว่า 8 ปี โดยแรกเริ่มใช้เงินลงทุนเพียงแค่ 9 หมื่นบาทเท่านั้น ส่วนกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งรอบบ้านพักยมรับว่าเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถส่งผ่านข้อมูลภาพมายังโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา จึงทำให้สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆภายรอบๆบ้านได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.จันทร์เพ็ญ ในความผิดฐาน “เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ก่อนคุมตัวส่ง สภ.เมืองเพชรบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ภูมินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกเครือข่ายเป็นของ บริษัท ชีพ เดเวลล็อบเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่รับทำธุรกรรมเกี่ยวกับไฟแนนซ์ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจากการตรวจค้นพบว่าบริษัทดังกล่าวมีวงเงินกู้ยืมหมุนเวียนกว่า 4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบทั้ง 2 เครือข่ายยังไม่พบความเกี่ยวข้องข้องเชื่อมโยงถึงกัน เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือรูปแบบการปล่อยกู้ยืมเงินในแบบธุรกรรมอำพราง โดยใช้ในลักษณะของการซื้อสิ่งของ และเครื่องใช้ ต่างๆ



