ข่าว

"เรืองไกร" จี้ "วิษณุ" เปิดประวัติเสียภาษี หลังพบ รวยขึ้น

"เรืองไกร" จี้ "วิษณุ" เปิดประวัติเสียภาษี หลังพบ รวยขึ้น

02 เม.ย. 2560

"เรืองไกร" เตรียม ยื่นหนังสือถึง "วิษณุ" ขอประวัติเสียภาษี หลัง นั่งรองนายกฯ รวยขึ้น จี้ แจงรายละเอียด ส่งลูกเรียนนอก

 

          2 เมษา 60 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า หลังจากติดตามข่าวการเรียกเก็บภาษีของกรมสรรพากรในกรณีต่างๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา โดยเฉพาะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เคยกล่าวเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2558 ว่า ทุกคนมีหน้าที่เสียภาษี ซึ่งตนเห็นด้วยกับนายวิษณุ ด้วยเหตุนี้จึงสนใจว่า นายวิษณุ ได้เสียภาษีให้รัฐไว้ครบถ้วนหรือไม่ ประกอบกับนายวิษณุเคยเป็นรองนายกฯสมัยนายทักษิณ ชินวัตร ก่อนมาเป็นรองนายกฯสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จึงพอมีประวัติการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ตรวจสอบได้ 

          ทั้งนี้จากประวัติการยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้ง 4 ครั้งคือวันที่ 14/3/2548 , 24/6/2549 , 24/6/2550 และ 4/9/2557 เมื่อนำมาใส่ตารางเปรียบเทียบแล้วจะพบว่า นายวิษณุ ตลอดเวลา 9 ปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 87.5 ล้านบาท โดยครั้งล่าสุดเมื่อ 4/9/2557 นายวิษณุและคู่สมรสยื่นแสดงว่ามีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายรวม 1.2 ล้านบาทและ 1.8 ล้านบาท ตามลำดับ เมื่อคำนวณตัวเลขทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปี 9.7 ล้านบาท กับรายได้ที่ยื่นไว้ครั้งล่าสุด กลับไม่สัมพันธ์กัน โดยทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อปีสูงกว่ารายได้ต่อปีครั้งล่าสุดที่แสดงไว้ ทำให้มีเหตุอันควรสงสัยว่า การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ผ่านมาตลอด 9 ปี จาก14/3/2548 ถึง 4/9/2557 นั้น นายวิษณุยื่นเสียภาษีไว้ครบถ้วนหรือไม่ 

          นอกจากนี้เมื่อย้อนไปดูยอดรวมทรัพย์สินช่วงที่พ้นจากตำแหน่งรองนายกฯสมัยนายทักษิณ พ้นครบหนึ่งปี คือจากวันที่ 24/6/2549 ถึง 24/6/2550  ปรากฏว่า ทรัพย์สินของนายวิษณุและคู่สมรสเพิ่มขึ้นกว่า 11 ล้านบาทและช่วงดังกล่าวอาจเป็นช่วงที่นายวิษณุ มีค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเรียนต่อปริญญาโทและเอกที่อเมริการวมอยู่ด้วย ซึ่งจากข้อมูลข่าวที่พบ ลูกชายนายวิษณุบอกว่า “แต่สมัยผมไปเรียนต่อกฎหมาย ก็ไม่ได้สอบชิงทุนอะไรแต่ใช้ทุนของคุณพ่อ” เรื่องที่นายวิษณุส่งลูกชายไปเรียนต่อที่อเมริกา ตนเคยได้ยินข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มาจากอดีตนายกฯทักษิณและกำลังขอดูข้อมูลดังกล่าว ซึ่งกรณีนี้นายวิษณุ คงทราบดีเช่นกัน ดังนั้นหากทราบยอดรายจ่ายที่ใช้ไปในแต่ละปีเกี่ยวกับการส่งลูกเรียนต่อที่อเมริกาก็อาจต้องนำมาบวกเพื่อคำนวณหารายได้ที่เพิ่มขึ้นอีก และนำมาเปรียบเทียบกับยอดการเสียภาษีได้ต่อไป 

          นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า กรณีจากการตรวจสอบเปรียบเทียบและวิเคราะห์ตัวเลขดังกล่าว จึงมีเหตุประการแรก คือ ขอให้นายวิษณุ เป็นผู้เปิดเผยประวัติการเสียภาษีที่ผ่านมาตลอดเวลา 9 ปี และตัวเลขค่าใช้จ่ายในการส่งลูกเรียนที่อเมริกา ว่ามีจำนวนเท่าใด โอนผ่านธนาคารใด จึงจะเป็นข้อมูลที่ใช้พิสูจน์ทราบได้ว่า นายวิษณุ เป็นผู้ที่เสียภาษีให้รัฐไว้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่  หวังว่านายวิษณุ จะเป็นผู้นำข้อมูลต่างๆมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนด้วยตนเอง และตนจะนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์เรื่องภาษีต่อไป หากพบว่า มีเหตุอันควรสงสัยที่ควรตรวจสอบ ก็คงจะทำเรื่องไปยังสรรพากรเพื่อประเมินภาษีอีกครั้งหนึ่ง แต่หากนายวิษณุ ได้ยื่นภาษีไว้ถูกต้องแล้ว ก็จะใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบนักการเมืองที่อาจยื่นไม่ถูกต้องต่อไป  

          อย่างไรก็ตามนายวิษณุ เป็นถึงรองนายกฯและรู้กฎหมายเป็นอย่างดี จึงหวังว่านายวิษณุ จะยินดีเปิดเผยข้อมูลที่ร้องขอ คือ แบบแสดงรายการเสียภาษี(ภ.ง.ด.)ที่ผ่านมาตลอดเวลา 9 ปี กับรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ส่งลูกเรียนว่ามีจำนวนทั้งสิ้นเท่าใด โอนเงินผ่านธนาคารใด เพื่อให้สื่อมวลชนได้ร่วมกันตรวจสอบอย่างครบถ้วน ตนจะไปยื่นหนังสือถึงนายวิษณุ ที่ศูนย์รับเรื่องตรงข้ามทำเนียบ ในวันจันทร์ที่ 3 เมษายน เวลา 10.00 น.