
ปิติในหัวใจอย่างยิ่งที่ได้มาถวายความจงรักภักดี ในหลวง ร.9
พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9
วันที่ 2 เมษายน 2560 การพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นวันที่ 71 หลังเสร็จสิ้นพิธีหลวง หรือพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะต่าง ๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยแบ่งออกเป็น 4 รอบ รอบละ 11 คณะ คณะละ 50 คน
เวลา 10.30 น. นางมนวิภา ประชัญคดี ผู้อำนวยการเขต 6 สโมสรซอนต้าสากล เป็นประธานบำเพ็ญกุศล และถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดวัดมหาะาตุยุวราชรังสฤษฎ์, วัดสามพระยา กรุงเทพฯ, วัดแค, วัดศรีสัณฑ์มณฑาราม จังหวัดสุพรรณบุรี, วัดบ้านหลวง จังหวัดเชียงใหม่, วัดโปรเกศเชษฐาราม, วัดครุใน และวัดโมกข์ จังหวัดสมุทราปราการ และ วัดเกาะเค็ดนอก จังหวัดปราจีนบุรี ที่สวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์บำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบรมศพ โดยมี สโมสรซอนต้า กรุงเทพ 1-5, 7-9 และ Prime Mansion สโมสรซอนต้าขอนแก่น สโมสรซอนต้าสากล กลุ่มบริษัทโซนี่ (ประเทศไทย) ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2521 และครู นักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนสายปัญญารังสิต ร่วมเป็นเจ้าภาพ
นางศศมณฑ์ สงวนสิน อดีตนายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 9 เผยความรู้สึกเมื่อมีโอกาสได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีธรรมสวดพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ตัวเองมีโอกาสได้มาถวายสักการะพระบรมศพทั้งด้านในและด้านนอกพระบรมมหาราชวังหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน เช่น บางครั้งเมื่อต้องมาธุระในเส้นทางบริเวณนี้ก็จะต้องขอให้อ้อมเข้ามาเท่าที่จะทำให้ เพื่อยกมือกราบพระองค์ท่าน ถึงแม้ว่าจะทำได้เพียงไกลๆ จากด้านนอก เราก็รู้สึกว่าได้ยังอยู่ใต้ฟ้าของพระองค์ท่านอยู่ดี และทุกๆ ครั้งน้ำตาก็ยังไม่หยุดไหลสักที สำหรับครั้งนี้ได้รับเกียรติให้มาพร้อมกับคณะของสโมสรซอนต้าจากหลายๆ แห่งทั่วประเทศ นับเป็นความปลาบปลื้ม และปิติในหัวใจอย่างยิ่ง ที่ได้มาถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน และหากมีโอกาสอีกก็ยังอยากจะมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"สำหรับในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเป็นต้นแบบทั้งในส่วนของการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตนั้น ซึ่งจะมีคำพูดที่ติดอยู่ในใจและในสมองของตัวเองเสมอก็คือคำว่า พอเพียง นอกจากนี้ความเมตตากรุณาของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกร ยังเป็นตัวอย่างที่ตัวเองเห็นได้มาจากตั้งแต่รุ่นคุณทวด คุณปู่ คุณย่า ตั้งแต่เล็กจนโต ดังนั้นเมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองมีความสุข ก็คิดว่าจะแบ่งปันความสุขกับผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ตัวคิดว่าเมื่อครอบครัวของตัวเองมีความสุขแล้ว ธุรกิจเราประสบความสำเร็จแล้ว เราควรผันหน้าที่การงานมาช่วยเหลือสังคมบ้าง ดังนั้นถ้าสังเกตุจะเห็นว่าตัวเองไม่ค่อยได้ออกงานสังคมที่เป็นภาคธุรกิจ แต่ย้ายไปอยู่ในหน้าของงานเพื่อสังคมหรือเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการไปทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ แม้ไม่ใช่เวทีของนักธุรกิจระดับโลก แต่อย่างน้อยแค่ขึ้นเวทีแล้วมีประกาศว่า "ชี คัม ฟอร์ม ไทยแลนด์" ก็รู้สึกภาคภูมิใจแล้วว่ามีส่วนให้อีกหลายๆ ประเทศได้รู้จักประเทศไทยบ้าง นอกจากนี้ทุกครั้งไม่ว่าเดินทางไปไหนก็ตาม ตัวเองจะอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดตัวไปด้วยเสมอ" นางศศมนฑ์ กล่าวพร้อมกับหยาดน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่



