ข่าว

ปชช. 90.6 % ชี้"กล้องติดรถยนต์"เป็นสิ่งจำเป็น

ปชช. 90.6 % ชี้"กล้องติดรถยนต์"เป็นสิ่งจำเป็น

02 เม.ย. 2560

"ซูเปอร์โพล"เผยปชช. 90.6 %ชี้"กล้องติดรถยนต์"เป็นสิ่งจำเป็น ระบุจะช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งของคู่กรณี เชื่อ"มาตราการภาคปชช.-กฎหมายจราจร"ช่วยแก้ปัญหาขับรถเร็วได้

 

          สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา และ มูลนิธิเมาไม่ขับ สสส. เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง โพล กล้องหน้ารถ ความเชื่อของคนไทยเรื่องอุบัติเหตุ กับ การลดความเร็ว ลดตาย

           ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ร่วมกับ นายแพทย์ แท้จริง  ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สสส. ร่วมเปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง โพล กล้องหน้ารถ ความเชื่อคนไทยเรื่องอุบัติเหตุ กับ การลดความเร็ว ลดตาย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,328 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – 1 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.1 เคยเห็น คลิปอุบัติเหตุ ในข่าวของสื่อมวลชนที่ได้จาก กล้องหน้ารถ โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.2 ระบุ จะมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ถ้าไม่มี คลิปภาพบันทึกจากกล้องหน้ารถไว้เป็นหลักฐาน เช่น ไม่ยอมความกันของคู่กรณี การวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลือทางคดี การทะเลาะกันระหว่างคู่กรณี ปัญหารถติดเพราะคู่กรณีมัวแต่ถกเถียงกันในที่เกิดเหตุ ต่างฝ่ายต่างต้องรอ บริษัทประกัน รอตำรวจ ต่างฝ่ายต่างต้องเสียเวลา และต้องเดินทางไปที่สถานีตำรวจ เป็นต้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.6 ระบุ กล้องหน้ารถ เป็น สิ่งจำเป็น เพื่อบันทึกภาพความจริงที่เกิดขึ้น
          ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.6 เห็นด้วยว่า การขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด เป็นสาเหตุของการตาย เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 2.4 ไม่เห็นด้วย ที่น่าสนใจ คือ ประชาชนเกินกว่า 1 ใน 3 เชื่อว่า การใช้มาตรการจากภาคประชาชน จะได้ผลดีกว่า การบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เช่น การติดกล้องหน้ารถ บันทึกภาพพฤติกรรมขับรถอันตรายของคน ส่งตำรวจดำเนินคดี ส่งสื่อมวลชนเผยแพร่ให้เห็นพฤติกรรมไม่ดีในการขับขี่อันตราย การติดป้ายเตือนให้ชะลอความเร็ว พร้อมกดแตร แสดงความเคารพ ศาลพระภูมิ ด้วยความเชื่อของชาวบ้านต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ริมทาง เพราะเป็นจุดเกิดอุบัติเหตุ คนตาย บ่อย (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่) ในขณะที่ร้อยละ 25.6 ระบุ การบังคับใช้กฎหมายได้ผลดีกว่า แต่ประชาชนจำนวนมากหรือร้อยละ 40.2 เชื่อว่า ต้องใช้ทั้งมาตรการภาคประชาชนและการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กัน จึงจะควบคุมการขับขี่อันตรายของคนได้