
"สวนดุสิตโพล"เผยผลโพล 4 เหตุการณ์ที่คนไทยให้ความสนใจ
"สวนดุสิตโพล"เผยผลสำรวจข่าว 4 เหตุการณ์ที่มีผลต่อความเชื่อมั่น และการทำงานของรัฐบาล อันดับ 1 "ภาษีหุ้นชิน" อันดับที่สอง กสท.สั่งปิดวอยซ์ทีวี 7 วัน...
สถานการณ์ทางการเมือง ณ วันนี้ มีข่าวหลายประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นข่าวเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป กสท.สั่งปิดวอยซ์ทีวี 7 วัน คืนเลือกตั้งท้องถิ่น และข่าวหม่อมอุ๋ยแฉเรื่องตั้งบรรษัทน้ำมัน เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนที่ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อเหตุการณ์ บ้านเมืองที่มีผลกระทบต่อรัฐบาล “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,134 คน ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 1 เมษายน2560 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ข่าวหรือเหตุการณ์ที่ประชาชนสนใจติดตามมากที่สุด คือ อันดับ 1 เก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 17,629 ล้านบาท 71.43 % เพราะ เป็นเงินจำนวนมาก อยากรู้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะจัดการเงินภาษีอย่างไร รัฐบาลจะเรียกเก็บได้จริงหรือไม่ ทางทักษิณจะแก้ปัญหาอย่างไร เหมือนเป็นการทำงานสองมาตรฐาน ฯลฯ อันดับ 2 กสท.สั่งปิดวอยซ์ทีวี 7 วัน 69.84 % เพราะ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง สะท้อนให้เห็นว่าสื่อยังขาดเสรีภาพในการทำงาน อยากฟังเหตุผลทั้ง 2 ฝ่าย อยากรู้สาเหตุในการสั่งปิด ฯลฯ อันดับ 3 หม่อมอุ๋ย” แฉ 6 อดีตบิ๊กทหาร ดันตั้งบรรษัทน้ำมัน 68.25 % เพราะเป็นข่าวใหญ่ที่มีนายทหารระดับสูงเข้ามาพัวพัน อยากรู้ข้อเท็จจริง กลัวว่าจะเกิดการทุจริตคอรัปชั่น เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ฯลฯ อันดับ 4
“บิ๊กป้อม” แย้ม อยากคืนเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน 54.40% เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นความคืบหน้าของการจัดการเลือกตั้ง อยากรู้ว่าจะมีรูปแบบการจัดการเลือกตั้งอย่างไร ฯลฯ
2. ข่าวหรือเหตุการณ์ที่ประชาชนคิดว่ามีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลมากที่สุด คือ อันดับ 1 เก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 17,629 ล้านบาท 81.75 % เพราะ กลายเป็นประเด็นทางการเมือง อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้ถูกมองว่ารัฐบาลใช้อำนาจในการจัดการกับฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ อันดับ 2 หม่อมอุ๋ย” แฉ 6 อดีตบิ๊กทหาร ดันตั้งบรรษัทน้ำมัน 76.98 % เพราะเป็นข่าวที่มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อาจมีการทุจริตคอรัปชั่น มีเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ มาเกี่ยวข้อง กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ฯลฯ อันดับ 3 กสท.สั่งปิดวอยซ์ทีวี 7 วัน 61.38 % เพราะ ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ เผด็จการ ปิดกั้นเสรีภาพและการทำงานของสื่อ มีสมาพันธ์สื่อฯ ออกมาประณาม ฯลฯ อันดับ 4 “บิ๊กป้อม” แย้ม อยากคืนเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน 58.47 % เพราะ รัฐบาลอาจต้องการแก้ปัญหาฐานเสียงระดับท้องถิ่น เป็นฐานอำนาจทางการเมือง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจและมีอิทธิพล ฯลฯ
ประชาชนคิดว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะแก้ปัญหาเหตุการณ์ต่างๆต่อไปนี้ได้หรือไม่ได้ 3.1) เก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 17,629 ล้านบาท อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 44.18 % เพราะไม่ทราบรายละเอียดข้อเท็จจริง ยังสามารถอุทรณ์ได้ มีหลายกระแสเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ไม่ยุติธรรม ฯลฯ อันดับ 2 แก้ได้ 28.04 % เพราะสามารถออกหมายเรียกเก็บภาษีได้ทันระยะเวลาสิ้นสุดคดีความ เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย ให้สรรพากรเป็นผู้ดำเนินการ ฯลฯ อันดับ 3 แก้ไม่ได้ 27.78 % เพราะเป็นเงินจำนวนมาก ไม่น่าจะจัดเก็บภาษีได้ กรณีที่ผ่านมาก็ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้ อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ฯลฯ 3.2) หม่อมอุ๋ย” แฉ 6 อดีตบิ๊กทหาร ดันตั้งบรรษัทน้ำมัน อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 39.95 % เพราะยังไม่รู้รายละเอียดเชิงลึก ยังไม่มีร่าง พ.ร.บ. ที่ออกมาชัดเจน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของที่ประชุม ฯลฯ อันดับ 2 แก้ได้ 34.39 % เพราะรัฐบาลสามารถใช้อำนาจสั่งการ จัดการกับผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ให้มีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ชะลอเรื่องนี้ออกไปก่อน ฯลฯ อันดับ 3 แก้ไม่ได้ 25.66 % เพราะเป็นข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล แสดงให้เห็นว่ามีเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ ทับซ้อน อาจมีการวางแผนการดำเนินงานไว้แล้ว ฯลฯ
3.3) กสท.สั่งปิดวอยซ์ทีวี 7 วัน อันดับ 1 แก้ได้ 48.94 % เพราะรัฐบาลมีการรับฟังความคิดเห็นของสื่อ เปิดโอกาสให้แก้ไข ทางวอยซ์ทีวีได้กระทำผิดจริง เป็นการลงโทษตามกฎระเบียบ ไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญหาบานปลาย ฯลฯ อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 28.57 % เพราะที่ผ่านมาเคยถูกสั่งปิด ร้องเรียน และก็ยังออกอากาศอยู่ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร ฯลฯ อันดับ 3 แก้ไม่ได้ 22.49 % เพราะเป็นการละเมิดสิทธิและการทำงานของสื่อ กระทบต่อภาพลักษณ์ด้านเสรีภาพ สื่อมักจะนำเสนอเนื้อหาด้านการเมืองอย่างเข้มข้น กระทบต่อการทำงานของรัฐบาล ฯลฯ
3.4) “บิ๊กป้อม” แย้ม อยากคืนเลือกตั้งท้องถิ่นก่อน อันดับ 1 ไม่แน่ใจ 43.65 % เพราะยังไม่มีความชัดเจนในการดำเนินงาน ยังไม่มีความคืบหน้า เป็นเพียงกระแสข่าว ฯลฯ อันดับ 2 แก้ได้ 34.66 % เพราะรัฐบาลมีอำนาจ สามารถจัดการได้ มีความตั้งใจแก้ปัญหา เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาธิปไตย ฯลฯ อันดับ 3 แก้ไม่ได้ 21.69 % เพราะการเมืองระดับท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล อาจกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคการเมือง ฯลฯ



