ข่าว

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

02 เม.ย. 2560

 พ่อเมืองปากน้ำตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้เปิดให้แจ้งชื่อเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวอบต.บางพลีใหญ่ ให้ผู้ที่บ้านพักถูกไฟไหม้ได้เข้าพักพิงชั่วคราว

       คืบหน้ากรณีเพลิงลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนใต้สะพานคลองชวดลากข้าว ถนนบางนา-ตราดขาออก หลักกิโลเมตรที่ 12 มุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี หมู่ 13 และหมู่ 17 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่ด้วยตัวเอง พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล รองผู้ว่าราชการจังหวัด ฯ ได้สั่งการในทางอำเภอบางพลีทำการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ให้ผู้เสียหายที่ถูกเพลิงไหม้มาแจ้งชื่อเพื่อหาทางช่วยเหลือ

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

        นอกจากนี้ยังสั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ห้องประชุมหลังเก่าของ อบต.บางพลีใหญ่ เพื่อให้ผู้ที่บ้านพักถูกไฟไหม้ได้เข้าพักพิงชั่วคราว เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

      ขณะเดียวกันได้สั่งห้ามเข้าพื้นที่ใต้สะพานที่เกิดเพลิงไหม้ด้านใต้สะพานเนื่องจากเกรงว่าเศษของอิฐและปูนจะหล่นใส่ได้รับอันตราย พร้อมทั้งประสานแขวงการทางให้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญ ด้านโครงสร้างเข้าตรวจสอบถึงความแข็งแรงของสะพานอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย 

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

       นอกจากหนี้ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจหาวาเหตุการณ์เกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ โดยละเอียดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งคาดว่าทั้งสองหน่วยงานที่กล่าวมานี้น่าจะเข้าทำการตรวจสอบได้ในช่วงสายของวันที่ 2 เมษายน 2560 นี้ ส่วนค่าเสียหายในเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้คงต้องรอการตรวจสอบก่อน

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

      ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าว ร.ต.อ.ชวนัย มารศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ รับแจ้งเกิด เมื่อเวลา 20.30 น.วันนี้ที่ 1 เมษายน 2560 หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางพลี และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 10 คัน เดินทางเข้าตรวจสอบ

        ในที่เกิดเหตุบริเวณใต้สะพานข้ามคลองชวดลากข้าว ซึ่งมีประชาชนไปปลูกสร้างบ้านเรือนแบบชั้นเดียวอยู่ใต้สะพานดังกล่าวกว่าร้อยหลังคาเรือน พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างกันแบบง่าย ๆ และกองกระดาษและพลาสติกของเก่าร่วมทั้งไม้พาเลทจำนวนมาก โดยเพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรงและลุกลามขยายเป็นวงกว้างไปลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ติดกัน 

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

       โดยมีเปลวไปลุกท่วมแลบออกมาสองข้างสะพานสูงกว่า 3 เมตรและมีกลุ่มควันสีดำจำนวนมากลอยฟุ้งกระจายปกคลุมถนนและภายในชุมชนที่เกิดเพลิงไม้ ทำให้ประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมาไม่กล้าขับรถผ่านต่างพากันจอดขวางถนน ทำให้การจราจรขาออกมุ่งหน้าชลบุรี รถไม่สามารถผ่านไปได้จอดติดยาวกว่าสิบกิโลเมตรติดยามไปจนถึงสี่แยกบางนา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ

        ขณะเดียวกันพื้นสะพานด้านล้างพบว่าถูกเปลวไฟเผาผลาญเป็นเวลานานทำให้ผิวปูด้านล่างเกิดการแตกร้าวตกลงมา และพื้นถนนบริเวณช่องเลนด่วนได้เกิดการแอ่นตัวลง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดการจราจรเอาไว้ 2 ช่องเดินรถปล่อยให้รถวิ่งผ่านได้เพียงช่องทางเดียว เพื่อระบายการจราจรที่คับคลั่ง นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบว่ามีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 1 รายทราบชื่อภายหลังชื่อนาย สมบัติ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 65 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในกองเพลิง

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

      จากการสอบสวนนายฉลอง คำดี อายุ 32 ปี พักอาศัยอยู่บ้านพักช่วงคอสะพาน ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน ได้พบเห็นว่าไฟลุกไหม้ขึ้นที่บ้านของนายอำนวย ไม่ทราบชื่อที่อายุ ประมาณ 52 ปี ซึ่งปลูกอยู่ด้านในริมคลอง ก่อนที่เพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนและชาวบ้านคนอื่น ๆ

      จึงได้รีบวิ่งหนีตายกันออกจากบ้าน โดยที่ไม่ได้หยิบทรัพย์สินติดตัวมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว และพยายามช่วยกันใช้กระป๋องตักน้ำในคลองขึ้นมาสาดดับไฟ แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่ทันไฟได้ลุกไหม้บ้านเรือนของชาวบ้านจนวอดไปกว่า 30 หลังคาเรือน

เปิดศูนย์พักพิงผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพานคลองชวด

       และจากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้พบเห็นนายอำนวย ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ได้นั่งก่อเตาฟืนเพื่อหุงข้าว หลังจากนั้นนายอำนวย ได้เดินออกจากบ้านไปพักใหญ่ ได้เกิดไปลุกไหม้บ้านของนายอำนวย และลุกลามไปลุกไหม้บ้านหลังอื่น ๆ ที่อยู่ติดกัน