ข่าว

ทลายแก๊งรถเช่าสวมทะเบียนรถยนต์

ทลายแก๊งรถเช่าสวมทะเบียนรถยนต์

01 เม.ย. 2560

ขนส่งจังหวัดระยอง ร่วม ตำรวจ ทลายแก๊งรถเช่าสวมทะเบียนรถยนต์  ตรวจพบ 3 คัน สวมทะเบียน เป็น 1 เดียว 

 

          นายชาติชาย  มัฆวิมาลย์ ขนส่งจังหวัดระยอง พร้อม นายช่างตรวจสภาพรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง เข้าแจ้งความดำเนินคดี ต่อ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์  สุนทรวิภาต   ผกก.สภ.มาบตาพุด จังหวัดระยอง หลัง ตรวจพบ รถยนต์กระบะอีซูซุ แคป จำนวน 3 คัน มีหมายเลขทะเบียน ที่ตรงกัน  โดย ด.ต.ผดุง มั่นเหมาะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.มาบตาพุด ตรวจพบ รถยนต์กระบะ ที่มีหมายเลขทะเบียนเดียวกัน จอดอยู่ที่ลานจอดรถ บริษัท ทีโอซีไกค่อน นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ถนน จี12 ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง  จึงนำมาตรวจสอบ ที่ สภ.มาบตาพุด  กรณีที่มีรถปิกอัพ อีซูซุ ใช้ทะเบียนรถ บษ 6177 ระยอง เหมือนกันสองคันนั้น ทาง พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ ฯ ผกก.สภ.มาบตาพุด จึงได้ร่วมตรวจสอบผลการตรวจสอบในเบื้องต้น
   
          โดยคันที่ 1 ใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถ บษ 6177 ระยอง ที่ไม่ใช่แผ่นป้าย ที่ทางราชการออกให้ (ไม่มีเลขคุมแผ่นป้าย) เลขตัวรถตรงกับหลักฐานทางทะเบียน แต่ตัวอักษรโรมันและตัวเลข มีความผิดเพี้ยน ซึ่งจะต้องตรวจสอบกับกองพิสูจน์หลักฐานต่อไป  รถคันที่ 2 มีแผ่นป้ายทะเบียนถูกต้อง และเลขตัวรถตรงกับหลักฐานทางทะเบียน อย่างไรก็ดี รถทะเบียน บษ 6177 ระยอง ขาดการต่อภาษี (วันสิ้นอายุภาษี 10 กพ.59)   ส่วนรถคันที่ 3 ไม่มีป้ายทะเบียนรถ แต่มีป้ายวงกลมภาษี ทะเบียน บษ 6177 ระยอง วันสิ้นอายุภาษี 10 กพ.61 จากการตรวจสอบป้ายวงกลมภาษีเบื้องต้นแล้ว พบว่าอาจมีการแก้ไขป้ายวงกลม เกี่ยวกับเลขทะเบียนรถและปีภาษี และเมื่อตรวจสอบเลขตัวรถแล้ว พบข้อมูลว่า ตรงกับรถทะเบียน ผก 8366 ระยอง 
   
          ดังนั้น สำนักงานขนส่งจังหวัดระยองจึงได้ประสานงานกับทาง สภ.มาบตาพุด ให้ลงบันทึกประจำวันไว้ และแจ้งความดำเนินคดีตามลำดับต่อไป
  
          อนึ่ง ตรวจสอบแล้วไม่พบว่า มีเจ้าหน้าที่ขนส่งร่วมหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปลอม สวมทะเบียน หรือแก้ไขเอกสารทางทะเบียนรถ ดังกล่าว
  
          อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรถยนต์ อีซูซุ จำนวน 2 คันในทางพฤตินัยที่ตรวจสอบพบว่า  รถยนต์ ทั้งสองคันมีผู้ครอบครองเป็นบริษัทรถเช่า ชื่อบริษัท นิคคาร์เร้น เลขที่ 9/40 ม.6 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง   ทาง พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ ได้กล่าวในช่วงท้ายว่า ในขั้นตอนต่อไป คือต้องส่งรถยนต์ จำนวนทั้ง 3 คัน ให้ กองบังคับการพิสูจน์หลักฐาน ภาค 2 (ชลบุรี) ทำการตรวจสอบ หลังจากนั้นก็จะออกหมายเรียก ให้ผู้ครอบครองมาสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป