ข่าว

'บิ๊กตู่” ชี้กม.เมืองไทยบังคับใช้แบบศรีธนญชัย

'บิ๊กตู่” ชี้กม.เมืองไทยบังคับใช้แบบศรีธนญชัย

31 มี.ค. 2560

'บิ๊กตู่” ชี้กม.เมืองไทยบังคับใช้แบบศรีธนญชัย ซัดผู้มีอำนาจใช้หลอกลวง-ตักตวงผลประโยชน์

 

         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า การปฏิรูปเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียกร้อง แต่ต้องทำโดยมียุทธศาสตร์ ก็ขออย่าได้กลัวนะครับ หรือหวาดระแวง ทุกอย่างต้องเริ่มที่กฎหมาย ต้องมีวิสัยทัศน์ในการร่างกฎหมาย ต้องศึกษาจนเข้าใจสภาพปัญหาและสภาพแวดล้อม เพื่อให้กฎหมายทันสมัย ทันโลก ทันเทคโนโลยี ปัจจุบันทุกอย่างที่เราทำกันอยู่นี้ เป็นไปตามหลักสากลแล้วกำลังเข้ารูปเข้ารอย และชาวโลกเขาก็ต้องยอมรับ เมื่อเราทำสำเร็จแล้ว

        “ที่ผ่านมากฎหมายถูกบิดเบือน บังคับใช้แบบศรีธนญชัย ถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจ ในการหลอกลวง ตักตวงผลประโยชน์ ไม่สุจริต ประชาชนเข้าไม่ถึง ข้าราชการระดับปฏิบัติปล่อยปละละเลยและฝ่ายการเมืองระดับนโยบาย ไม่กำกับดูแล จนสังคมเคยชินกับการไม่ต้องเคารพกฎหมาย ละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิผู้อื่น เป็นเหตุให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ กระบวนการยุติธรรมถูกท้าทาย มีกฎหมู่เหนือกฎหมาย มีอำนาจทับซ้อนอำนาจรัฐ มีผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ไปจนถึงระดับชาติ สุดท้ายประชาชนก็เป็นผู้ถูกกระทำ ประเทศชาติก็ต้องรับผลเสียหาย ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องมาดูแล เหมือนกับที่รัฐบาลและคสช. ทำอยู่ในปัจจุบัน ก็คือดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย และไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

@ เหน็บการเมืองไม่มีธรรมาภิบาล จัดหนักไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้จริง

        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การเมืองที่ไม่มีธรรมาภิบาล ไม่ใช่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยการไม่เคารพกฎหมายของประชาชน และการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ เราจะต้องสร้างวัฒนธรรมในการเลือกตั้งใหม่นะครับ ที่จะต้องมุ่งเน้นเลือกตั้งจากนโยบายพรรคในการหาเสียง ที่ช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ความนิยมตัวบุคคล สร้างจิตสำนึกพลเมืองดีและสร้างหลักคิดในการแก้ปัญหา ไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผล

        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีตนมีผู้ที่ทำงานใกล้ชิดก็เพราะจำเป็นต้องใช้งาน แต่หากทำงานใกล้ชิดแล้วไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ ก็ไม่สมควรรับไว้ทำงานเพื่อส่วนรวม เพราะจะเป็นเส้นทางสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น ที่รัฐบาลนี้ต้องการจะลบล้างให้หมดไปจากสังคมไทย ไม่ว่าจะเรียกร้อง ผลประโยชน์ การประมูล จัดซื้อจัดจ้างหรือการแต่งตั้ง โยกย้ายตำแหน่ง เราต้องช่วยกันแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ข้อสังเกต กระบวนการใช้ประโยชน์จากสื่อต่างๆ

    @ ระบุ โซเชียลมีเดียมีบิดเบือนเยอะ ลั่นต้องบังคับใช้กม. ยันไม่ได้สองมาตรฐาน

        พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน มีการบิดเบือนมากขึ้น อาจเกิดจากการเข้าใจผิด หรือเจตนาสร้างเงื่อนไขใดๆ ก็ตามทำให้ไร้การควบคุม เพราะต่างคนต่างก็ไม่มีการตรวจสอบ ก่อนที่จะส่งต่อไปยังกลุ่มเพื่อนฝูง คนใกล้ชิดต่างๆ สร้างผลกระทบในวงกว้าง ในสังคมของเรา หากเป็นเรื่องที่ผิดเพี้ยนมีเจตนาร้ายแอบแฝง ยิ่งจะสร้างความเสียหาย เกิดความขัดแย้ง ที่ผ่านมา ก็มีหลายคดี คดีพระธรรมชโย คดีจับอาวุธสงคราม คดีเก็บภาษีจากการขายหุ้น หรือคดีจำนำข้าว เป็นต้น หากเราติดตามดู ก็รู้ได้ไม่ยากว่ามาจากแหล่งใด

        “ส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ จากการทำผิดกฎหมายซึ่งยังไม่ชัดเจนนะครับ ก็ให้ศาลตัดสินออกมา เพียงแต่ว่าก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วท่านไม่ยอมรับความผิดใดๆเลย ไม่ยอมเข้ากระบวนการศาลยุติธรรม แบบนี้กฎหมายก็บังคับใช้ไม่ได้อีก เราก็จะเรียกว่า 2 มาตรฐานเหมือนเดิม เพราะประชาชนทั้งประเทศ ที่เขาก็ถูกตัดสินโดยศาลโดยกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ เขาก็ถูกตัดสินเช่นเดียวกัน อาจจะมองว่าเขาไม่ได้รับความไม่เป็นธรรม แต่กลายเป็นว่าท่านมาอ้างว่าท่านไม่เป็นธรรม ได้รับความไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม โดยการไม่ยอมเข้ารับการพิจารณาคดี อันนี้หมายถึง ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ลองคิดดูใช่หรือเปล่า รัฐบาลและคสช.จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว