กรมวิชาการเกษตร จับมือเนเธอร์แลนด์ศึกษาวิจัยการนำเทคโนโลยีเกษตรกรรม ความแม่นยำสูงมาปรับใช้ในภาคเกษตรไทย นำร่องปลูกพืชระบบโรงเรือนกลุ่มพืชมีมูลค่าสูง หวังยกระดับความรู้เกษตรกรและเพิ่มคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในอนาคต
ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรกำลังเร่งศึกษาวิจัยการนำเทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำ (Precision agriculture) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมการใช้ปัจจัยในการผลิตพืชให้เหมาะสม ถูกที่ และถูกเวลา พยากรณ์การระบาดโรคร้ายแรงในพืชเศรษฐกิจ ประเมินความเสียหายต่อผลผลิตพืชจากการเข้าทำลายของโรคและแมลง วางแผนการผลิตพืชเพื่อการส่งออกซึ่งทำให้การเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ ให้ปริมาณ คุณภาพ และผลผลิตเพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซึ่งหากไทยนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้ จะช่วยพัฒนางานวิจัยของไทยและการยกระดับมาตรฐานการผลิตภาคเกษตรของไทยให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลในปัจจุบัน
เทคโนโลยีที่กรมวิชาการเกษตรริเริ่มศึกษาวิจัย คือการผลิตพืชคุณภาพปลอดภัยในโรงเรือน (Greenhouse) โดยใช้เทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำจากเนเธอร์แลนด์มาประยุกต์หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับประเทศไทย โดยพืชที่จะปลูกต้องเป็นพืชที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ มะเขือเทศ กะหล่ำปลี และพริกหวาน เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นจะตั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้การปลูกพืชในโรงเรือน โดยศูนย์ฯ จะทำหน้าที่ดำเนินการเป็นศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรม พร้อมมีโรงเรือนสาธิตการผลิตพืชที่มีการติดตั้งระบบควบคุมสภาพแวดล้อม อาทิ เช่น ระบบควบคุมแสง ระบบ Sensor ตรวจวัดอุณหภูมิ และความชื้นในโรงเรือน ระบบควบคุมการใช้น้ำและการให้ปุ๋ย เป็นต้น
รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตพืชในโรงเรือนเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลิตสินค้าพืช เนื่องจากความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่นิยมสินค้าพืชที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษตกค้าง จึงทำให้การผลิตพืชในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นทางเลือกที่ดี และปัจจุบันเทคโนโลยีเกษตรกรรมความแม่นยำสูงก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลายประเทศในโลก เช่น เนเธอร์แลนด์ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สาธารณรัฐไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี และอินเดียก็ได้ใช้เทคโนโลยีนี้กันอย่างกว้างขวาง
กรมวิชาการเกษตรได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญของเนเธอร์แลนด์และมีแผนที่จะร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยWageningen University and Research ของเนเธอร์แลนด์ เพื่อดำเนินการเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ อาทิ การทำอารักขาพืชในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยี Phenotyping หรือ Image Processing ที่จะสามารถ ตรวจหาชนิดโรคหรือแมลงศัตรูพืช ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช ได้ตรงเป้าหมาย อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ “โดรน” ติดตั้งระบบ
จีพีเอส เพื่อตรวจสภาพพืชในแปลงพร้อมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารจัดการการผลิตพืช การใช้วิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics) เพื่อช่วยในการกำจัดวัชพืชในแปลงแทนการใช้สารเคมี ซึ่งผลดี คือลดการใช้สารเคมีก่อให้เกิดการผลิตพืชแบบอินทรีย์ ลดการใช้แรงงานลดต้นทุนการผลิต และช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
ที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรได้เล็งเห็นความสำคัญการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีความแม่นยำสูงมาใช้ในการปลูกพืชในโรงเรือนให้เหมาะสมกับประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกและการเพิ่มผลผลิตให้ได้คุณภาพ ควบคุมสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการพัฒนาการเกษตรสู่การเป็น Smart Agriculture และพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Famer เพื่อก้าวสู่ Thailand 4.0 อีกด้วย ที่สำคัญคือเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยทำให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าพืชที่ตอบรับกับความต้องการของตลาดมากขึ้น ถือเป็นมิติสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้มีการผลิตพืชที่มีคุณภาพและยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความรู้ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
******************************