
ป่าไม้สั่งรื้อ‘ซิปไลน์’สร้างไม่ได้รับอนุญาต
ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจสอบติดประกาศสั่งรื้อซิปไลน์ 6 ฐาน หลังแอบสร้างไมได้รับอนุญาตในปางช้างแก่งกื้ด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค. 60 นายสายพิณ เปียสวน ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่หลายสิบนาย เข้าตรวจสอบที่ปางช้างแก่งกื้ด หมู่ 1 ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งได้นำคำสั่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ที่ 62/2560 เข้าไปทำการติดประกาศ คำสั่งให้ดำเนินการรื้อถอนสายเคเบิลสลิงและฐานต่างๆ ออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เนื่องจากปางช้างดังกล่าวได้มีการก่อสร้างเครื่องเล่นเคเบิลสลิง หรือซิปไลน์ จำนวน 6 ฐาน โดยไม่ได้รับอนุญาต
นายสายพิณ เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้นั้น สืบเนื่องมาจาก ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2558 นายสนั่น เผือกพันธุ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.8 ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบปางช้างแก่งกื้ด พบมีการก่อสร้างเครื่องเล่นเคเบิลสลิง จำนวน 6 ฐาน มีความยาวระยะสายเคเบิ้ลทั้งหมด 714 เมตร โดยมีนายดวงงาม ศรีดวงแก้ว รับเป็นเจ้าของ ซึ่งทางคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แตง อีกทั้งเครื่องเล่นเคเบิลไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่ได้มีการขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า จึงได้ตรวจยึดเครื่องเล่นเคเบิ้ลสลิงที่บุกรุกพื้นที่ป่า 0-3-75 ไร่ และควบคุมตัวนายดวงงาม ศรีดวงแก้ว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีคาพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 พิพากษาว่านายดวงงาม ศรีดวงแก้ว มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 โดยได้พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 25,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้จำเลยและบริวารออกไปจากบริเวณเขต ป่าสงวนแห่งชาติ
ภายหลังจากที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาแล้ว ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1 (เชียงใหม่) จึงใช้อำนาจตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ออกคำสั่งสานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ที่ 62/2560 ลงวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560 และติดประกาศแจ้งให้นายดวงงาม ศรีดวงแก้ว ดำเนินการรื้อถอนสายเคเบิลสลิงและฐานต่างๆ ออกไปจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยจะครบกำหนดติดประกาศให้รื้อถอน ในวันที่ 21 เมษายน 2560 หากพ้นกำหนดนี้แล้วยังไม่มารื้อถอน ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1 (เชียงใหม่) ก็จะดาเนินการรื้อถอนเองและจะคิดค่ารื้อถอนจากทางเจ้าของพร้อมกับเงินเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบห้าต่อปี และยังมีความผิดฐานขัดคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่อีกข้อหาหนึ่งด้วย
“จากที่นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบเครื่องเล่นเคเบิลสลิงที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดย ที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 12 ราย ซึ่งในเบื้องต้นทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) ได้ทำการตรวจยึดดำเนินคดีไปแล้ว 6 ราย ส่วนอีก 6 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารการครอบครองที่ดิน โดยผู้ประกอบการจะอ้างว่ามีเอกสารการแจ้งครอบครองหรือ ส.ค. 1 ซึ่งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) จะประสานงานกับสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบเอกสาร ส.ค. 1 ว่าถูกต้องตรงกับแปลงที่ดินหรือไม่ และจะมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจากภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังแต่ละชั้นปีไปจนถึงปี 2495 ว่าได้มีการเข้าครอบครองทำประโยชน์มาจริงหรือไม่ หากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่ามีการนำเอกสาร ส.ค. 1 จากพื้นที่อื่นมาสวมสิทธิ์ หรือไม่ได้มีการทำประโยชน์มาก่อน ก็จะถือว่าเอกสาร ส.ค. 1 ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า ก็จะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกอย่างเฉียบขาดต่อไป” นายสายพิณ กล่าว



