ข่าว

ถึงคิวสอบพระเครือข่ายธรรมกาย

ถึงคิวสอบพระเครือข่ายธรรมกาย

31 มี.ค. 2560

ดีเอสไอหมดภารกิจค้นธรรมกาย เสนอเลิกพื้นที่ควบคุม คาดเจ้าคณะใหญ่หนกลางตั้งกรรมการ 4 ฝ่าย ดูแลคำสอน สัปดาห์หน้าถึงคิวสอบพระเครือข่ายรับบริจาค นำเงินไปซื้อที่ดิน

 


          31 มี.ค.60 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์วัดพระธรรมกาย เพื่อเสนอยกเลิกประกาศพื้นที่ควบคุมพิเศษวัดพระธรรมกาย ว่า ดีเอสไอได้เสนอข้อมูลต่อนายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อรายงานต่อรัฐบาลเพื่อยกเลิกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560 เรื่อง มาตรการให้อํานาจกําหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เฉพาะ ข้อ 9 ที่ระบุให้วัดพระธรรมกาย ตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายในอําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงพื้นที่หมู่ 7-13 ในตําบลคลองสอง และพื้นที่หมู่ 7-11 ในตําบลคลองสาม อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อปลดล็อคพื้นที่วัดพระธรรมกายจากการถูกควบคุมในปฏิบัติการตรวจค้นเพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหา ส่วนคำสั่งในข้ออื่นๆ ตามมาตรา 44 ไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิก รัฐบาลสามารถเก็บไว้ใช้เพื่อประกาศให้พื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาใกล้เคียงกับวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมต่อไปได้  
          พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า หลังจากการตรวจค้นไม่พบพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ถือว่าดีเอสไอหมดภารกิจภายในวัดพระธรรมกายแล้ว ส่วนวัสดุและตัวอาคารที่ดีเอสไอสั่งอายัดไว้ก่อนหน้านี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำรายงานถึงความจำเป็นต่างๆ ในส่วนของเครื่องไฮเปอร์บาลิค แชมเบอร์นั้น คาดว่าโรงพยาบาลยันฮีเจ้าของเครื่องจะติดต่อขอรับกลับไป เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการยืมอุปกรณ์มาใช้ โดยหลังจากนี้คาดว่าเจ้าคณะใหญ่หนกลางจะตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บังคับการตำรวจ จ.ปทุมธานี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี เข้าไปร่วมดูแลวัดพระธรรมกาย ตลอดจนคำสอนต่างๆ ของวัดพระธรรมกาย

          ด้านพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร กล่าวว่า สัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 3-5 เม.ย. ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกพระสงฆ์เครือข่ายวัดพระธรรมกายที่มีชื่อรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด แล้วนำไปซื้อที่ดินในจังหวัดต่างๆ เข้าให้ปากคำชี้แจงรายละเอียดในการรับเงินและการนำเงินไปใช้ในกิจการต่างๆ ประกอบด้วย พระครูปลัดวิจารย์ ธีรังกุโร ที่รับเช็คบริจาคไปสร้างศูนย์เยาวชน ที่อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี, พระวิรัตน์ ทิฏฺฐรตโน รับเงินบริจาคไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมกัลยาณมิตร จ.พิจิตร และพระประยูร นำเงินไปซื้อที่ดินจำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 27 ไร่ ใน จ.ชุมพร โดยพระแต่ละรูปได้รับเช็คบริจาคประมาณ 60-70 ล้านบาท.