ข่าว

พยาบาล พอ.สว. ดูแลคนไข้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พยาบาล พอ.สว. ดูแลคนไข้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

31 มี.ค. 2560

ข้าราชการ พ่อค้า ผู้แทนหน่วยงาน และประชาชนทั่วไป เดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพเนืองแน่น

             วันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพในพระบรมมหาราชวังในวันนี้ ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 149 เจ้าหน้าที่เปิดประตูเวลา 04.45 น.ตลอดทั้งวันประชาชนจากทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเดินทางมาต่อแถวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศร้านจัด


        พยาบาล พอ.สว. ดูแลคนไข้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

    นางไลทอง ภัทรปรียากูล อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว พยาบาลพอ.สว.พร้อมสามีซึ่งเป็นปลัด อบต. และลูกอีกสองคน กล่าวว่าเดินทางมาตั้งแต่วานนี้แล้วพักที่โรงแรมใกล้ๆ ท้องสนามหลวงหนึ่งคืนก่อนจะตื่นแต่เช้าออกจากที่พักเพื่อมาเข้าแถวภายในสนามหลวงเวลา 06.00 น.และได้เข้ากราบพระบรมศพในเวลา 08.00 น.ส่วนตัวเป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มา โดยก่อนหน้านี้เดินทางมากับคณะแพทย์ พยาบาล พอ.สว.ที่ตัวเองทำงานอยู่ ทุกครั้งรูสึกปลาบปลื้มใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ดูแลประชาชนและประเทศชาติมาอย่างดี 
    "เราในฐานะคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งก็อยากทดแทนบุญของท่าน ซึ่งจริงๆ แล้วคงทำอะไรได้ไม่มากนัก  ตอนเด็กๆ เคยรับเสด็จพระองค์ท่านที่สระแก้ว ท่านเสด็จมาพร้อมพระราชินีมาช่วยพัฒนาแหล่งน้ำให้ชาวบ้าน ตอนนั้นสระแก้วกันดารมาก ท่านทรงนำความเจริญมาให้ พอเราโตขึ้นมาไม่มีโอกาสได้รับเสด็จแล้ว แต่เราเป็นพยาบาลเป็นข้าของพระราชา ดูแลคนไข้ ก็เหมือนทำหน้าที่ดูแลประชาชนแทนพระองค์ท่าน ทราบว่าพระองค์ทรงรักพยาบาลมาก เพราะสมเด็จย่าก็เป็นนางพยาบาล เราภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้" นางไลทอง เผยด้วยความตื้นตันใจจนน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว
    ด้านลูกสาวคนโต ด.ญ.อัญรฎา ภัทรปรีดากูล อายุ 11 ปี บอกความรู้สึกสั้นๆ หลังจากได้กราบสักการะพระบรมศพว่า ดีใจที่พ่อแม่พามากราบในหลวง ร.9 ท่านทรงเป็นพระราชาที่คิดค้นเรื่องต่างๆ มาให้ประชาชน และทรงช่วยเหลือคนไทยที่ทุกข์ยากให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น 

 

พยาบาล พอ.สว. ดูแลคนไข้ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

       นายเอกชัย พรรณสาร อายุ 39 ปี ชาวพระนครศรีอยุธยา พร้อมภรรยา และลูกสาว เดินทางมากราบพระบรมศพ เผยว่า เพิ่งมีโอกาสเดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรกโดยมาถึงท้องสนามหลวงประมาณเวลา 11.00 น. ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ได้เข้ากราบพระบรมศพ รู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างมากที่มีโอกาสมาถวายความอาลัยและความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนตัวรู้สึกปลาบปลื้มประทับใจในพระองค์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า รวมถึงพระอัจฉริยภาพในด้านดนตรีและศิลปะ ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเริ่มวาดภาพและเล่นดนตรี เมื่อได้ลองลงมือทำจริง ๆ จึงรู้ซึ้งถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ นอกจากนี้ยังได้น้อมนำคำสอนมาใช้ในชีวิตประจำวันเสมอโดยเฉพาะเรื่องความสามัคคี มักย้ำให้ครอบครัวมีความสามัคคีกันเสมอ นอกจากนี้ยังมีเรื่องความพอเพียง รู้จักประหยัด ปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ พริก ใบกะเพรา ไว้กินเองด้วย ทั้งนี้ ตัวเองเคยมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง ร.9  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อปีพ.ศ. 2555 ด้วย ความประทับใจ ณ เวลานั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำจนถึงทุกวันนี้
     ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.มีจำนวนทั้งสิ้น  27,514 คน รวมตั้งวันแรกจนถึงวันนี้มีกว่า 5.7 ล้านคน และมีการถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลแล้วกว่า 470 ล้านบาท