
ผลสอบทุจริตซีซีทีวี4บ.ผิดสัญญาชัด!!
ผลสอบทุจริตซีซีทีวี4บ.ผิดสัญญาชัด นำเสนอ"รมว.ศึกษาฯ" ใช้อำนาจจัดการพรุ่งนี้
รองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ. เผยผลการตรวจสอบติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด “เซฟโซนสคูล” 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา 1,104 แห่ง ของ 4 บริษัท ไม่เป็นตามสัญญา สัญญาระบุชัดรองรับกล้องไม่น้อยกว่า 16 ตัว แต่ทำได้จริงแค่ 6 ตัว บางแห่งใช้งานได้ไม่ถึง 3 เดือนเจ๊ง เข้ารายรัฐมนตรีว่าการกระศึกษาธิการพรุ่งนี้
(30 มี.ค.2560) พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ. เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ถึงผลการลงพื้นที่ตรวจสอบการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด โครงการ “เซฟโซนสคูล” 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา จำนวน 1,104 แห่ง วงงเงินประมาณ 577 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 27-30 มี.ค.ว่า
หลังจากที่ได้เข้าทำการสุ่มตรวจในโรงเรียนจำนวน 5 โรงเรียน ในจ.สงขลาและ.จ.ปัตตานี ซึ่งในจำนวน 5 โรงเรียนที่เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งในจำนวน 5 โรงเรียนที่เข้าทำการตรวจสอบครอบคลุมทั้ง 4 บริษัทที่ประมูลและดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้กับ 1,104 แห่ง (โรงเรียน)
ผลกจากการตรวจสอบการดำเนินการทั้ง 4 บริษัทพบว่าผลออกมาคือเหมือนกันทั้ง 4 บริษัท ประเด็นสำคัญก็คือการติดตึ้งซอฟแวร์ที่ระบุในสัญญาว่าต้องสามารถรองรับกล้องได้ไม่น้อยกว่า 16 ตัว แต่ปรากฎว่าการตรวจสอบทั้ง4บริษัทจำนวน 5 โรงเรียน ทุกโรงเรียนทางเรานำกล้องตัวที่ 7 ไปเชื่อมกับระบบปรากฎว่าไม่สามารถเชื่อมได้ทั้ง 5 โรงรียนของ 4 บริษัทที่ดำเนินการติดตั้ง
“ทุกโรงเรียนยืนยันตรงกันว่า ตอนที่มีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการตรวจรับพัสดุของคณะกรรมการตรวจรับ ทางบริษัทได้มาทำการทดลองให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดูปรากฎว่ารองรับกล้องวงจรปิดได้จำนวน 16 ตัว แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาทางโรงเรียนเขาไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะเขาไม่มีกล้องที่จะมาตรวจสอบตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ”
ฉะนั้นเมื่อผลออกมาอย่างนี้มันตรงกันข้ามกับคณะกรมการตรวจสอบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สรุปว่าซอฟแวร์ที่ติดตั้งรองรับกล้องวงจรปิดได้ 6 ตัวถือว่าถูกต้องแล้ว ก็คงต้องไปดูการตีความจากนักกฎหมายอีกครั้งว่าสัญญาเขียนอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร แต่ทีมกฎหมายของผมที่เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยกันยืนยันว่าในสัญญาระบุชัดเจนว่าต้องรองรับกล้องวงจรปิดได้ไม่น้อยกว่า 16 ตัว
โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เราไปตรวจที่โรงเรียนดอนรัก อยู่ในพื้นที่ สพฐ.เขต 1 จ.ปัตตานี ก็ได้พบผู้อำนวยการเขต และได้ข้อมูลกับคณะฯของเราว่า ในเขต 1 จ.ปัตตานี ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินให้กับทางบริษัทประมาณ 50 กว่าล้านบาท ซึ่งเหตุผลที่ไม่จ่ายเพราะว่ามีข้อมูลการทุจริตเกิดขึ้นจาก ปปท. ท่านก็เลยไม่กล้าที่จะจ่าย และได้ทำหนังสือเพิ่มรับคำยืนยันไปที่สพฐ.ว่าคณะกรรมการสพฐ.ลงมาตรวจแล้วเป็นอย่างไร
ซึ่งทางสพฐ.ก็มีหนังสือตอบว่า แต่ว่าการตอบไม่ตรงกับคำถามที่ทางผอ.เขต 1 เขาถามไป ทำให้จนถึงขณะนี้ทางผอ.สพฐ.เขต 1 จ.ปัตตานี ยังหนักใจอยู่ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่ายดี นอกจากนี้ที่โรงเรียนดอนรักมีอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในโครงการนี้ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ท่านไม่อยู่ โดยทางอาจารย์ท่านนี้ปฏิเสธการเซ็นต์รับ ในขณะที่อีก 2 คนเซ็นต์รรับ ผมก็ได้โทรศัพท์สอบถามว่าอาจารย์มีเหตุผลอะไรถึงไม่เซ็นต์รับ
อาจารย์ก็บอกว่าตอนทดสอบสามารถรองรับกล้องวจรปิดได้จำนวน 16 ตัว แต่หลังจากนั้นก็ทราบข่าวมีการทุจริตในโครงการนี้ในทำนองอย่างนี้ ก็เลยพยายามไปหาข้อมูลจากโรงเรียนต่างหลายโรงเรียน และทราบว่าหลายโรงเรียนไม่มีการทดสอบว่าระบบสามารถรองรับกล้องวงจรปิดได้จำนวน 16 ตัว และทราบข่าวว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ปปท.)ปปท.นำกล้องตัวที่ 7 มาทดสอบแล้วไม่รองรับ อาจารย์ก็เลยมั่นใจว่าน่าจะมีการทุจริตก็เลยไม่เซ็นต์รับ
ในขณะที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ปัตตานีเช่นกัน เราไปตรวจสอบที่โรงเรียนแล้วพบว่าระบบกล้องวงจรปิดใช้งานได้ไม่ถึง 3 เดือน หลังจากนั้นก็ไม่สามารถใช้งานได้จนถึงปัจจุบันก็ใช้ไม่ได้ ทางโรงเรียนทำเรื่องไปที่บริษัทแล้วทางบริษัทก็ยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการแก้ไขใดๆให้ ฉะนั้นผลการตรวจสอบวันนี้ชัดเจนว่าสวนทางกับผลกาตรวจสอบของคณะกรรมการจาก สพฐ. และจากข้อมูลผอ.เขต และอาจารย์โรงเรียนทั้ง 5 แห่ง ก็เข้าใจตรงกันว่า
สัญญาระบุไว้ชัดเจนว่าระบบจะต้องรองรับกล้องวงจรปิดได้ไม่น้อยกว่า 16 ตัว หรือแม้แต่บริษัทที่ประมูลงานได้ก็ทำการตรวจสอบระบบเพื่อให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดูก็ได้ทำการทดสอบบระบบเพื่อให้รองรับกับกล้องวงจรปิดได้ไม่น้อยกว่า 16 ตัว ตรงนี้น่าจะเข้าใจตรงกันระหว่างคณะกรรมการตรวจรับและ 4 บริษัทว่าระบบจะต้องรองรับกล้องวรปิดได้ไม่น้อยกว่า 16 ตัว จะตีความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้
“พรุ่งนี้จะเข้าไปนำเรียนข้อมูลให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทราบขั้นต้นด้วยวาจาก่อน หลังจากนั้นคณะทำงานที่ลงพื้นที่มากับผมก็จะสรุปเป็นเอกสารภายในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ก็คิดว่าไม่วันจันทร์ก็วันอังคารหน้าก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีฯท่านน่าจะใช้อำนาจในการที่จะเชิญคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มาคุยกับทีมงานของผมที่ลงพื้นที่ เพื่อดูใครเข้าใจผิดกันแน่ ผมคิดว่าเรื่องตัวสพฐ.น่าจะรู้ดี” รองประธานคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุจริต ศธ.กล่าว



