ข่าว

ขอพื้นที่ตลาดคลองผดุงฯให้ผู้ต้องขัง-ผู้พ้นโทษออกร้าน

ขอพื้นที่ตลาดคลองผดุงฯให้ผู้ต้องขัง-ผู้พ้นโทษออกร้าน

30 มี.ค. 2560

“สุวพันธุ์”ปิ๊งไอเดียตั้งศูนย์อำนวยความยุติธรรมระดับชาติ ส่งความยุติธรรมถึงหมู่บ้าน พร้อมขอพื้นที่ตลาดคลองผดุงฯ ให้ผู้ต้องขัง-ผู้พ้นโทษออกร้านขายอาหาร

        30 มี.ค. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงมีแนวคิดตั้งศูนย์อำนวยความยุติธรรมระดับชาติ. เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ทั่วถึงไปยังระดับจังหวัดและอำเภอ โดยเป็นการประสานการทำงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมในการคุ้มครองสิทธิ์ของประชาชนให้มีประสิทธิ์ภาพ เพื่อดำเนินการยุติธรรมให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม รวดเร็ว และเสียค่าใช้จ่ายน้อย โดยจะมีการหารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเชื่อมโยงให้คณะกรรมการหมู่บ้านและเครือข่ายภาคประชาชน ให้มีฝ่ายกิจการยุติธรรม อย่างน้อยประชาชนทุกคนควรทราบว่า เมื่อถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีต้องทำอย่างไร. ประชาชนมีสิทธิอะไรบ้าง และจะเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมได้ที่ไหนอย่างไร รวมถึงมีกฎหมายใดที่จำเป็นต้องรู้คล้ายกับกฎหมายสามัญประจำบ้าน

       ขณะนี้มอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ดูแลประชาชนในเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งที่เป็นคดีและยังไม่เป็นคดี. ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางควรเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยหลังหารือและตกผลึกแล้วจะเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

       สำหรับงานพัฒนาพฤตินิสัยเพื่อคืนคนดีสู่สังคมนั้น. ได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์ประสานกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษเข้าไปจำหน่ายอาหารในพื้นที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชิมอาหารฝีมือดีจากเรือนจำ และให้โอกาสผู้พ้นโทษได้สร้างงานสร้างอาชีพด้วย

        หากญาติเยาวชนลาหู่ติดใจสาเหตุการตาย ร้องขอความช่วยเหลือจากยธ.ได้.

       นายสุวพันธุ์  กล่าวถึงกรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนเผ่าลาหู่ ที่ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมหลังต่อสู้ขัดขวางการจับขบวนการค้ายาเสพติดว่า เรื่องนี้ต้องแยกพิจารณาเป็น 2 ประเด็น ข้อแรกคือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายชัยภูมิ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจและปส.ที่ต้องสอบสวน และสาเหตุการเสียชีวิตของนายชัยภูมิ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะเกี่ยวข้องกับการดูแลสิทธิ์ของผู้เสียชีวิต หากญาติเห็นว่าการเสียชีวิตของนายชัยภูมิไม่เป็นธรรมก็สามารถขอความช่วยเหลือมาที่กระทรวงยุติธรรมได้ ส่วนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็ต้องว่ากันไปกฎหมายปละพยานหลักฐาน