
ซีพีมองปีนี้ศก.ติดลบ4%-ห่วง"การเมือง-น้ำมัน"ฉุด
เอกชนประสานเสียงเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น แต่ยังเปราะบาง ห่วงการเมือง-ราคาน้ำมันปัจจัยเสี่ยง ไทยพาณิชย์คาดปีหน้าจีดีพีโต 3.5-4% ด้านเครือซีพีมองปีนี้ติดลบ 4% ส่วนปีหน้าโตได้ 2-3%
ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาประจำปีของธนาคาร เรื่อง “กลยุทธ์หลังวิกฤติ ทิศทางปี 2553” ว่าหากการเมืองไม่รุนแรงก็เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวดีขึ้นได้ต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็กระเตื้องขึ้นแล้ว เห็นได้จากราคาพืชผลทางการเกษตร อาทิ น้ำตาล ยางพาราที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนั้น หากยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจริงหรือไม่ ก็ควรยืนอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน เพราะเศรษฐกิจยังอาจจะมีความเปราะบางอยู่
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังวิกฤติจะไม่เหมือนเดิม ซึ่งไทยก็ไม่สามารถพึ่งพิงการส่งออกในโครงสร้างเดิมได้ แต่จะขึ้นอยู่กับปัจจัยผลักดันใหม่ เช่น การใช้จ่ายของจีน การใช้จ่ายภายในประเทศตามโครงสร้างประชากรของไทยที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น จึงเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจด้านใหม่ๆ ที่สามารถเติบโตตามการใช้จ่ายของปัจจัยดังกล่าว และส่งผลดีกับไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2553 น่าจะเติบโตอยู่ในกรอบ 3.5-4% ตามการค่อยฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออก และแรงเสริมจากภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ภาคบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวยังคงมีความเสี่ยงอยู่ คาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาขยายตัวได้ราว 6% ในปีหน้าหลังจากหดตัวราว 15% ในปีนี้ ซึ่งยังไม่พอที่จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับไปดีเหมือนช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ
ขณะที่นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี กล่าวว่า เศรษฐกิจปี 2552 น่าจะติดลบประมาณ 4% โดยในไตรมาส 4 อัตราการเติบโตน่าจะปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากสัญญาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ส่วนปี 2553 น่าจะขยายตัวเป็นบวกประมาณ 2-3% โดยจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หรือปี 2555 อย่างไรก็ตามแม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว แต่คงไม่เติบโตเหมือนช่วงก่อนเกิดวิกฤติที่ขยายตัวระดับ 7-8%
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงมี 3 ปัจจัยที่น่าห่วง และอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจ ได้แก่ 1.การเมืองในประเทศ 2.ราคาน้ำมัน และ 3.เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการเมืองที่คาดเดาได้ยาก และผันผวนเปราะบางอยู่มาก ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่จะอาจทำให้ไทยสูญเสียทั้งความเชื่อมั่น การลงทุน ท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจ



