
เหล็กจ่อปรับราคาพาณิชย์ยกธงยันน้ำตาลในประเทศไม่กระทบ
ราคาเหล็กจ่อปรับขึ้น พาณิชย์เรียกถกผู้ประกอบการเหล็กสัปดาห์หน้า ยันราคาน้ำตาลในประเทศไม่กระทบ แม้ตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่อง รับผู้ผลิตน้ำอัดลม ผลไม้กระป๋องขอขึ้นราคา ค้าภายในยันไม่ยอมให้ปรับ เกาะติดใกล้ชิดสกัดการกักตุน ครม.ไฟเขียวย้าย 5 โรงงานน้ำตาล พร้อมเ
นางวัชรี วิมุกตายน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ความต้องการใช้เหล็กและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาขายจริงใกล้เคียงกับราคาเพดาน ดังนั้น ในสัปดาห์หน้ากรมจะเชิญผู้ประกอบการเหล็กมาหารือถึงสถานการณ์ราคาที่เปลี่ยนแปลงไป จึงมีแนวโน้มว่าราคาอาจปรับขึ้นบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการไม่ได้ปรับขึ้นราคาเลยเป็นผลจากความต้องการใช้เหล็กลดลง จึงต้องแข่งกันลดราคาขาย
ส่วนราคาน้ำตาลทรายที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในตลาดโลกนั้น เป็นผลดีต่อรายได้จากการส่งออก และผลตอบแทนของภาคเกษตรกร แต่ราคาจำหน่ายในประเทศจะไม่มีผลกระทบ เพราะเป็นสินค้าควบคุม และมีการกำหนดโควตาเพื่อใช้และบริโภคในประเทศที่เพียงพอ
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำตาลมีแนวโน้มสูงขึ้น และมีผู้ผลิต สินค้าหลายรายยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะน้ำอัดลม และผลไม้กระป๋องว่า กรมยังไม่อนุมัติให้ผู้ผลิตขึ้นราคาสินค้าในขณะนี้ แต่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการกักตุน หรือแอบขึ้นราคา
ด้านนายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ว่าที่ประชุมได้อนุมัติหลักการย้ายสถานที่ตั้งและขยายกำลังผลิตของโรงงานน้ำตาล 5 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด เพิ่มกำลังผลิตจากวันละ 2.4 หมื่นตัน เป็นวันละ 3 หมื่นตัน 2.บริษัท น้ำตาลสระบุรี จำกัด เพิ่มจากวันละ 2.29 หมื่นตัน เป็น 3 หมื่นตัน
3.บริษัท ไทยอุตสาหกรรมน้ำตาล จำกัด เพิ่มจากวันละ 14,447 ตัน เป็นวันละ 2.2 หมื่นตัน 4.บริษัท น้ำตาลทรายกำแพงเพชร จำกัด เพิ่มจากวันละ 8,000 ตัน เป็นวันละ 1.2 หมื่น ตัน และ 5.บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด จากวันละ 1.2 หมื่นตัน เป็นวันละ 1.7 หมื่นตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25-50%
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่า ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาความเหมาะสมการย้ายสถานที่ตั้งโรงงานและขยายกำลังผลิต รวมถึงการคำนวณกำลังผลิตของโรงงานน้ำตาล ซึ่งหลังจาก ครม.อนุมัติหลักการย้ายสถานที่ตั้งโรงงานและเพิ่มกำลังผลิตแล้ว แต่ยังไม่สามารถประกอบกิจการได้ทันทีจนกว่าโรงงานน้ำตาลจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งการอนุญาตย้ายโรงงานน้ำตาลหรือขยายกำลังผลิตจะสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น และสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่



