
ซีพีดันขายข้าวตราฉัตร9.3แสนตัน
ซีพี ตั้งเป้ายอดขายข้าวตราฉัตรทั้งปี 9.3 แสนตัน มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน หันทำตลาดในประเทศแทนส่งออก หลังพบภาวะเศรษฐกิจฉุดยอดส่งออกวูบ 20% พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตข้าวรองรับตลาดในอนาคต ประเมินไทยส่งออกข้าวทั้งปีได้ 9 ล้านตัน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้
นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทประเมินยอดขายข้าวตราฉัตรของซีพีในปีนี้ว่าจะมียอดขายทั้งสิ้น 9.3 แสนตัน มูลค่ากว่า 20,500 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายสูงถึง 2.1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ แยกเป็นการส่งออก 4 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 8,500 ล้านบาทลดลงจากปีก่อน 20% และคาดว่าการขายในประเทศจะอยู่ที่ 5.3 แสนตัน มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยกลยุทธ์การตลาดปีนี้จะเน้นขายตลาดในประเทศมากขึ้น เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการส่งออกข้าวไทยโดยรวมในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ยังไปได้ดี มีปริมาณ 5 ล้านตัน มูลค่า 98,810 ล้านบาท ทั้งปีเชื่อว่าจะเกิน 9 ล้านตัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8.5 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาส่งออกได้ 10 ล้านตัน
ส่วนโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าว ที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ของซีพีจะเสร็จไม่เกินไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่งจะทำให้ซีพีมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านตัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.2 แสนตัน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการส่งออกข้าวของซีพีได้มากขึ้น
"แม้ว่ารัฐบาลจะมีโครงการรับจำนำข้าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไทยสูญเสียตลาดส่งออกทั้งหมด เพียงแต่ตลาดข้าวคุณภาพต่ำกลับไปอยู่ในมือของเวียดนามแทน ซึ่งราคาข้าวขาว 5% ของเวียดนามราคาอยู่ที่ 380 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ไทยขาย 530 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่บางประเทศยังต้องการซื้อข้าวจากไทยเนื่องจากมีคุณภาพดีกว่า" นายสุเมธกล่าวและว่า แนวโน้มราคาข้าวน่าจะตกต่ำจนถึงปีหน้าประมาณ 10-5% เนื่องจากข้าวนาปีจะออกสู่ตลาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ประกอบกับรัฐบาลมีความจำเป็นต้องระบายสต็อก
ส่วนนโยบายของรัฐในการประกันราคาข้าวนั้น รัฐจำเป็นต้องจ่ายส่วนต่าง ซึ่งเป็นภาระที่สูงมาก และการประกันราคาไม่ได้ยกระดับให้ราคาสูงขึ้น แต่จะฉุดราคาข้าวในตลาดให้ต่ำลง รัฐไม่มีการถือครองข้าวทำให้ขาดเครื่องมือรองรับความผันผวนของราคา



