
นายกฯวอนอย่าไล่รมว.ศึกษา
ออกโรงป้อง"รมว.ศึกษา"วอนอย่าลงชื่อไล่ ลั่นระบบการศึกษาไทยต้องปฏิรูป แจงรับครูสาขาอื่นต้องประเมินทุก 6 เดือน 2 ปีไม่ผ่านถอดออก ยันไม่ได้ดูถูกคุรุศาสตร์
30 มี.ค. -- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข พร้อมมอบนโยบายการบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต กลุ่มเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ ซึ่งตั้งเป้าหมาย "เด็กไทยเติบใหญ่มีคุณภาพ ผู้สูงวัยเป็นหลักชัยของสังคม มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0" ภายในปี 2564
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า มาวันนี้เหมือนมาทำสัญญาสงบศึกหรือสัญญาปรองดอง แต่เป็นเรื่องการทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าให้ได้ อย่างไรก็ตามวันนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งในอีก 6 ปีขึ้นหน้า ผู้สูงอายุจะมีจำนวนมาก เราจึงต้องเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด และเตรียมมาตรการรองรับโดยเฉพาะด้านสาธารณสุข สังคมของประเทศประกอบด้วยคนหลายส่วนหลายฝ่าย เราจึงจำเป็นต้องบูรณาการประเทศ บูรณาการทางความคิดให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก การบูรณาการกลุ่มคน ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ รายได้ การสาธารณสุข เพื่อให้สอดคล้องกับการยุทธศาสตร์ประเทศ ทุกคนจึงต้องมีส่วนร่วมด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่กำหนดกรอบนโยบายในการอนุมัติโครงการ และงบประมาณต่าง ๆ ผู้ปฏิบัติก็ต้องทำหน้าที่อีกด้านควบคู่กันไป ถือเป็นการทำงานในลักษณะประชารัฐ แต่ถ้าทุกคนยังร่วมมือกันไม่ได้ ปัญหาก็เป็นเช่นเดิม การทำงานก็เป็นชิ้น ๆ เหมือนเดิม ดีเป็นบางส่วน บางส่วนยังบกพร่อง เราต้องทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ปลอดภัย และแข็งแรง ปราศจากสิ่งไม่ดี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันเจตนารมย์และความมุ่งมั่น พร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง และผู้ปฏิบัติที่จะให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และจะเห็นได้ว่าการทำงานทุกวันนี้ของรัฐบาล อยู่ภายในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ทั้ง 6 ด้านที่มีกระบวนการยุติธรรมเข้าไปเกี่ยวข้อง การทำงานจะต้องตั้งผลสัมฤทธิ์ไว้ข้างหน้าถึงจะบรรลุเป้าหมาย แต่ถ้ามัวใช้นโยบายไม่มีแนวทางที่ชัดเจนก็จะไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องมีหลักเกณฑ์ว่าแต่ละเรื่องควรต้องทำงานอย่างไร และทุกงานย่อมมีอุปสรรคซึ่งเราต้องแก้ปัญหาร่วมกันให้ได้ รัฐบาลเองทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดการปฏิรูป ทั้งการสร้างความเข้าใจด้วยความอดทน มีเหตุผลอธิบายได้ แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด เพราะต้องยอมรับว่าเรามีคนหลายพวก หลายฝ่าย หลายกลุ่ม ความคิดเห็นมีอิสระ หลายอย่างอาจคิดไม่ตรงกัน ซึ่งต้องหาวิธีการ โดยบางอย่างอาจต้องใช้เวลา และทุกคนก็ต้องยอมรับไม่ใช่ว่าอยากได้ทุกอย่างมาก ๆ ในเวลาเดียวกัน เราต้องร่วมมือกันสร้างสันติสุขให้ได้โดยเร็ว
"เราต้องช่วยกันสร้างเด็กให้เป็นคนดีแต่วันนี้หลายคนยังมีปัญหากับความว่าการเป็นคนดี มันจะดีอย่างไรแล้วเป็นอย่างไรคนดี แบบนี้เขาเรียกว่า ศรีธนญชัย มาบอกว่าไม่รู้ว่าดีอย่างไร คนดีก็คือคนที่ไม่โกง ไม่ทุจริต เป็นคนสุจริต มีคุณธรรม จริยธรรม มีจรรยาบรรณ ซึ่งผมไม่เห็นมันจะยากตรงไหนเลย มีการเผื่อแผ่แบ่งปัน มีหลักคิด เหล่านี้ถือว่าเป็นคนดี ถ้ามัวแต่หาคำตอบสงสัยว่าคนดียังสงสัยกันอยู่ อย่างนี้มันไปกันไม่ได้ ทุกคนต้องรู้ว่าคนดีเป็นอย่างไร ถ้าเราดีทุกคนดี สังคมดี ประเทศชาติก็จะดี และเดินหน้าไปได้ โดยเราต้องเริ่มสร้างที่เด็กมาก่อน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ออกโรงป้อง"รมว.ศึกษา"วอนอย่าลงชื่อไล่ ลั่นระบบการศึกษาไทยต้องปฏิรูป แจงรับครูสาขาอื่นต้องประเมินทุก 6 เดือน 2 ปีไม่ผ่านถอดออก ยันไม่ได้ดูถูกคุรุศาสตร์ วอนช่วยกันปรับตัว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้มีปัญหาเรื่องการศึกษามาพอสมควร ตนจำเป็นต้องพูดเพราะเป็นประเด็นหลักสำคัญ และมีผลกระทบต่อนายธีระเกรียติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการด้วย ซึ่งนโยบายรัฐบาลต้องการที่จะปรับเปลี่ยนปฏิรูประบบการศึกษาใหม่ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนทุกภาคส่วน ทั้งครู อาจารย์ สถานประกอบการ โรงเรียน ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ทุกคนต้องมองปัญหาของชาติเป็นปัญหาเดียวกัน ครู นักเรียน โรงเรียน หลักสูตร ข้อสอบ และการประเมินผล เป็นอย่างไร ต้องเอาหลายส่วนงานนี้มาแกะมาคลี่ดู และเริ่มต้นในการแก้ปัญหา
"ผมไม่ได้ดูถูกครูทั้งสิ้น เพียงแต่มองว่าครูไหนขาดแคลนเวลาสอบบรรจุแล้วไม่ค่อยมีในสาขานั้น จึงเปิดทางให้ แต่เมื่อเข้ามาแล้วสร้างความรู้สึกไม่ดีก็ต้องหามาตรการที่เหมาะสม อาจจะมาเป็นพนักงานก่อนได้หรือไม่ ระหว่าง 2 ปี มีการประเมินผลทุก 6 เดือน และต้องสอบผ่านหลักสูตรครูภายใน 2 ปี ถ้าไม่ผ่านหลักเกณฑ์เหล่านี้ ก็เป็นไม่ได้ต้องถอดออกไป เพราะเราต้องการครูรุ่นใหม่มาบ้าง ไม่ได้หมายความว่าที่เรียนจบคุรุศาสตร์มา 5 ปีจะไม่ดี แต่เราต้องช่วยกัน เพราะบางสาขาจำเป็นต้องเอาคุณวุฒิที่จบมาโดยตรงมาสอน ไม่ใช่ว่าดูถูกคุรุศาสตร์สอนไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีปัญหาดูจากผลสอบโอเน็ตเป็นอย่างไร เราต่ำทุกตัว เราจะไม่แก้อยู่แบบเดิมไม่ได้ ก็ต้องร่วมมือกันแก้ไขตรงนี้ไปพลางก่อนเพื่อให้ดีขึ้น หากไม่ดีขึ้นก็คือไม่ดี แต่ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไรก็อยู่เดิม จึงอยากจะขอความร่วมมือ และหวังว่ารัฐมนตรีของตนจะไม่ถูกถอดถอน เห็นเขาลงชื่อกันอยู่ ที่พูดไปเพื่ออธิบายเพิ่มเติม หากพูดไปไม่ลงรานละเอียดจะเกิดปัญหากลับมาทันที เพราะทุกคนก็รักในวัฒธรรมขององค์กรตัวเอง
"ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐหรือระดับนโยบายต้องมีรายละเอียดลงไปให้มากที่สุด และข้างล่างก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองบ้าง จึงเรียกว่าการปฏิรูปประเทศ ครูก็คือครู ผมก็ลูกครู มีเมียเป็นครู ฉะนันไม่ดูถูกครู ขอเถอะพยายามลดปัญหาให้หน่อย ไม่เช่นนั้นอะไรก็เป็นปัญหาไปหมด การปฏิรูปก็จะไปไม่ได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



