
ยิ่งดิ้นยิ่งแน่น
ข้อเรียกร้องของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ให้นำเทปต้นฉบับเสียงของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ที่อ้างว่าสั่งการให้ใช้ความรุนแรง ในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายน 2552 มาเปิดในที่ประชุมสภา โดยจะขอแสดงความเ
แถมยังโยนระเบิดทิ้งท้ายไว้ให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ได้ขบคิดอีกว่าต้นฉบับเสียงได้มาจากคนที่นั่งร่วมประชุมในวันประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กระทรวงมหาดไทย
ข้อเรียกร้องของ "สารวัตรเหลิม" มองได้หลายมุม ด้านหนึ่งหากประธานสภา "ชัย ชิดชอบ" ยินยอมให้สามารถนำเทปดังกล่าวมาเปิดในที่ประชุมสภาจะทำให้เรื่องนี้ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น และเนื้อหาสาระของการพูดคุยในที่ประชุมก่อนออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะถูกนำมาเปิดเผย และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น เพราะ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ก็ยอมรับเป็นเจ้าของเสียงดังกล่าว
นอกจากนี้ดูเหมือน "สารวัตรเหลิม" จะอาศัยความเก๋าทางการเมืองเบี่ยงเบนความสนใจการสอบข้อเท็จจริงกับสองพนักงานของพนักงานบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้บริหาร
เพียงแค่เปิดตัว "ผู้ต้องหา" เป็นคนของ "น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ" สังคมก็พิพากษาและเชื่อมโยงไปถึง "พ.ต.ท.ทักษิณ" เรียบร้อยแล้ว
แม้ว่าพนักงานเอสซี แอสเสทฯ รับสารภาพว่า ได้รับแจกแผ่นซีดีคลิปเสียงดังกล่าวมาอีกทอดหนึ่ง แต่ได้นำไฟล์ไปแปลงเพื่อส่งต่อผ่านอีเมลบริษัทก็ถูกตั้งคำถามตามมามากมาย
ทำไมเป็นเพียงแค่พนักงานของบริษัทเอสซี แอสเสทฯ จึงต้องนำแผ่นซีดีคลิปเสียงนายกฯ อภิสิทธิ์ไปดัดแปลงเพื่อส่งข้อความต่อให้คนอื่นได้ทราบด้วย ทั้งที่น่าจะรู้ดีว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวมีความผิดตาม "พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550”
จะบอกว่าไม่รู้คงไม่ได้ เพราะหลังจากแปลงไฟล์เสร็จแล้วได้หักแผ่นซีดีคลิปเสียงดังกล่าวทิ้งทันที!
เหมือนคำกล่าวที่ว่า "เมื่อคนร้ายลงมือก่ออาชญากรรมในสถานที่ใดย่อมมีการทิ้งร่องรอยและพยานหลักฐานไว้ในสถานที่นั้นเสมอ"
แม้ว่า "พรรคเพื่อไทย" จะรีบออกแถลงการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงนายกฯ อภิสิทธิ์ แต่คงยากจะอธิบายให้สังคมเข้าใจ
เพราะมีความบังเอิญเกิดขึ้นพร้อมกันหลายเรื่อง คลิปเสียงนายกฯ อภิสิทธิ์ โผล่ในช่วง "รวมพลคนเสื้อแดง" นัดชุมนุม 30 สิงหาคม และเผอิญมีแกนนำอย่าง "จตุพร พรหมพันธุ์" เป็นส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยด้วย นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคอีกหลายคนที่ถูกเชื่อมโยงกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน
และบังเอิญงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออกมายืนยันเป็นการตัดต่อเสียงอย่างแน่นอน เหลือเพียงขั้นตอนการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จะเชื่อมโยงและสาวไปถึงต้นตอมือตัดต่อได้หรือไม่เท่านั้น
งานนี้ "พรรคเพื่อไทย" หากดิ้นมากไปมีแต่จะทำให้ "เจ็บตัว" !



