
อย่าทนเป็นแพะเลย...คุณตำรวจ
มันโง่ มันถึงไม่ได้เงินคืน ผู้พูดคือแม่ของเยาวชนที่อยู่ระหว่างการคุมประพฤติในคดีเสพยาเสพติด ตำรวจจับลูกชายของแม่ไปพร้อมกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน 3 คน และคนโตอีก 1 คน
นายตำรวจเล่าว่า “พวกผมไม่ได้ตั้งใจไปจับไอ้กลุ่มนี้ แต่เผอิญเข้าผิดห้อง” เจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าพลางหัวเราะ
สถานการณ์พลาดเป้าเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ในโลกของตำรวจ สาเหตุหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เฉพาะหน้าที่มักเกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเสี่ยงต่อชีวิต ความเสี่ยงต่อความมั่นคงในอาชีพการงาน การทำงานเป็นทีมที่ทุกคนล้วนต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รวดเร็วบนพื้นฐานของกระบวนการใช้ปัญญาในการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่นายตำรวจมือปราบจำเป็นต้องมี
"พลาด เลยจับได้ปลาซิวปลาสร้อย ไอ้ตัวใหญ่หลุด" น้ำเสียงของผู้เล่าสะท้อนถึงความสามารถในการปล่อยวางความผิดพลาด เพื่อเริ่มต้นใหม่ ตอกย้ำด้วยคำพูดที่ดิฉันฟังแล้วนึกนิยมชมชอบ “รอก่อน รอให้น้ำนิ่ง แล้วเอาใหม่” แม้เป็นแค่เพียงคำพูดแต่ก็ทำให้ประชาชนคนหนึ่งรู้สึกชื่นใจในความมานะพยายามที่จะปราบปรามไอ้ตัวใหญ่ที่มีความยุ่งยาก
การกระทำให้ทุกอย่างปกติ เงียบย่อมตามด้วยความอดทนอดกลั้นต่อการเข้าใจผิดและเสียงก่นด่าของผู้คนที่ไม่เข้าใจวิถีการทำงานที่ต้องทำตัวให้เกิดความแตกต่างน้อยที่สุด เพื่อสร้างความกลมกลืนจนดูราวกับว่า เป็นพวกเดียวกัน
“ตำรวจมันก็โจรนั่นแหละ โจรในเครื่องแบบไง” ถ้อยคำที่ติดตามมา เมื่อชาวบ้านเห็นตำรวจคลุกคลีอยู่กับพวกที่ทำผิดกฎหมาย
ดิฉันมิได้ด่วนสรุปว่า ตำรวจทุกนายที่เข้าไปคลุกคลีเกี่ยวข้องกับการกระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายเป็นการกระทำตามวิถีการปราบปราม ในขณะเดียวกันดิฉันก็ไม่ได้ด่วนสรุปว่า ตำรวจทุกนายกระทำการเยี่ยงโจร เมื่อคราวที่ดิฉันเขียนเรื่องวัฒนธรรมโจรในโลกของตำรวจนั้น มีผู้อ่านเขียนอีเมล มายังดิฉัน ความว่า ทำไมอาจารย์ไม่เขียนวัฒนธรรมโจรในโลกครู โลกของหมอ หรือโลกอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมบ้าง
“วัฒนธรรมโจร มันมีแต่ในโลกของตำรวจเหรอครับ???”
“เพื่อนมันฉลาด เวลามันไปโรงพยาบาล มันพกเยี่ยวคนอื่นไป แล้วจะไปตรวจเจอได้ไง” หญิงวัยกลางคนพรั่งพรูเรื่องราวต่างๆ ด้วยความโมโห เนื่องจากลูกชายเป็นเพียงเยาวชนคนเดียวที่ยังไม่ได้รับเงินประกันคืน ในขณะที่กลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ ได้รับการประกันตัวแล้ว
นอกเหนือจากการเสพยาเสพติด พวกเขายังกลายสภาพเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย “กลายเป็นว่า คนที่พยายามเลิก ทำตามที่คุมประพฤติบอก ไม่ได้เงินคืน แต่ไอ้คนที่มันเลวยิ่งกว่าเก่าอีก กลับได้เงินคืน แล้วอย่างนี้จะให้คิดยังไง” ผู้พูดต้องการระบายมากกว่าที่จะต้องการคำตอบจากนักวิจัยอย่างดิฉัน
ปิดท้ายคำบอกเล่าที่ว่า “เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า คนทำคนละคนกัน”
วัฒนธรรมสองมาตรฐาน (double standard) ส่งผลกระทบเชิงลบมากมายในโลกอาชญากรรม นอกเหนือจากการก่อเกิดกระบวนการเรียนรู้ บอกต่อและการกระทำผิดซ้ำของผู้กระทำผิด แล้วยังเป็นการลดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของนายตำรวจที่ตั้งใจทำงานปราบปราม ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องต่อเนื่องสัมพันธ์กันกับองค์กรต่างๆ อย่างเป็นพลวัตร เช่น องค์กรครอบครัว โรงเรียน การปกครองส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการร้านค้า องค์กรอื่นๆ ในงานยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นอัยการ ทนายความ ผู้พิพากษา คุมประพฤติ
คำกล่าวหาว่า “ปล่อยให้โจรเต็มบ้านเต็มเมือง” ผ่านการตำหนิ เพ่งโทษตำรวจในฐานะจำเลยของสังคมนั้น เป็นเพียงความจริงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีองค์กรอื่นๆ ที่ควรจะรับผิดชอบในฐานะจำเลยของสังคมด้วย
ปิดท้ายการตั้งคำถามว่า “ตำรวจทนต่อการเป็นแพะได้ยังไง???”
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
[email protected]



