ข่าว

มรดกของโฮจิมินห์

มรดกของโฮจิมินห์

02 ก.ย. 2552

วันที่ 2 กันยายน นับเป็นวันที่มีความหมายสำคัญสำหรับชาวเวียดนาม คือในวันที่ 2 กันยายน 2488 โฮจิมินห์ ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลชั่วคราว ได้ประกาศแถลงการณ์ว่าด้วยอิสรภาพแห่งชาติ และประกาศสถาปนาสาธารณรัฐเวียดนาม เพื่อปฏิเสธอำนาจของเจ้าอาณานิคมตะวันตกในดินแดนแห่ง

นอกจากนี้ วันที่ 2 กันยายน 2512 ยังเป็นวันที่โฮจิมินห์เสียชีวิต ขณะอายุได้ 79 ปี ดังนั้น ทางการเวียดนามจึงถือวันที่ 2 กันยายน เป็นวันชาติของตน

 โฮจิมินห์ มีชื่อจริงว่า เหงียนซิงกุง เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2433 ที่จังหวัดเงอัน ทางตอนหนือของเวียดนามซึ่งในเวลานั้นอยู่ในความปกครองของฝรั่งเศส บิดาเป็นครูและเคยรับราชการกับฝรั่งเศสแต่ลาออกเนื่องจากไม่ต้องการทำงานในศาล เมื่ออายุ 21 ปี ได้ทำงานเป็นลูกเรือ จึงมีโอกาสเดินทางไปสหรัฐและยุโรป และเคยเป็นพ่อครัวที่โรงแรมในอังกฤษ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติลง โฮจิมินห์ ได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุมที่แวร์ซายส์ เรียกร้องการปกครองตนเองของเวียดนาม แต่ไม่ได้รับความสนใจจากที่ประชุม จึงดำเนินการต่อสู้ทางการเมืองด้วยการเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส

 จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาการเมืองที่รัสเซียในปลายปี 2467 โฮจิมินห์ได้เดินทางไปมณฑลกวางโจว ในประเทศจีน เพื่อรวบรวมชาวเวียดนามในจีน ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามขึ้นในปี 2473 ต่อมาในปี 2484 จึงเดินทางกลับเวียดนามในฐานะผู้นำขบวนการปลดปล่อยเวียดนาม และดำเนินการประกาศเอกราชในเวลาต่อมา แต่ฝรั่งเศสไม่ยินยอม และใช้กำลังเข้าปราบปรามจนลุกลามไปสู่สงครามซึ่งยาวนานเกือบ 9 ปี ก่อนที่ฝรั่งเศสจะพ่ายแพ้อย่างหมดรูปที่เดียนเบียนฟู จนต้องยอมเจรจาสันติภาพ ในปี 2497 โดยแบ่งเวียดนามออกเป็น 2 ส่วน ที่เส้นรุ้งที่ 17 แต่โฮจิมินห์ก็ยังสืบสานความคิดในการรวมเวียดนามทั้งสองส่วนเข้าเป็นประเทศเดียว จนเกิดสงครามระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ซึ่งมีสหรัฐหนุนหลัง ขึ้นในปี 2502  เป็นเวลา 16 ปี และจบลงด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือ

 โฮจิมินห์ ถึงแก่กรรมไป 6 ปี ก่อนที่จะได้เห็นผลสัมฤทธิ์แห่งการต่อสู้เพื่อเอกราชและอธิปไตยอันยาวนาน และการที่ประเทศเวียดนามได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว แต่มรดกที่โฮจิมินห์ทิ้งไว้ให้อนุชน ทั้งในเรื่องความเข้มแข็งทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เวียดนามเป็นชาติที่แข็งแกร่งและมีพื้นฐานมั่นคง

 ในไตรมาสที่สองของปี 2552 นี้ เศรษฐกิจของเวียดนามมีแนวโน้มที่จะขยายตัวขึ้น ประมาณ 3.5-3.8% และตลอดปีนี้ ก็คาดว่าจะขยายตัวขึ้น 4.5-5% โดยภาคที่มีการเติบโตสูงสุดคือภาคบริการ ในราว 4.9-5.5% รองลงไปคือภาคอุตสาหกรรม 4.6-5.1 และภาคเกษตร 3.4-3.7% และรัฐบาลเวียดนามได้ตั้งเป้าหมายของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วง 5 ปี จากปี 2554-2558 ไว้ที่ 7-8%

 รายได้หลักของเวียดนามได้แก่การส่งออก โดยแต่ละปีคิดเป็น 70% ของจีดีพี โดยตลาดสำคัญอยู่ที่สหรัฐ  ยุโรป อาเซียน และญี่ปุ่น สินค้าที่ส่งออกได้แก่ น้ำมันดิบ ถ่านหิน ข้าว อาหารทะเล สิ่งทอ รองเท้า และผลิตภัณฑ์ไม้ ซึ่งในครึ่งแรกของปีนี้สินค้าแทบทุกตัวมีการส่งออกที่ลดลง เว้นแต่ข้าวเท่านั้นที่สามารถส่งออกเพิ่มขึ้น

 ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2552 มีต่างชาติเข้ามาลงทุนในเวียดนาม เป็นมูลค่าประมาณ 60,271 ล้านดอลลาร์ ประเทศที่ลงทุนเป็นอันดับหนึ่งในปีนี้ คือสหรัฐ โดยมีทุนจดทะเบียน มากกว่า 3.85 พันล้านดอลลาร์ แต่โดยรวมแล้วมาเลเซียยังคงครองตำแหน่งที่ 1 ของนักลงทุนต่างชาติ รองลงไปคือไต้หวัน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 7 ครับ

 ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวย่อๆ ของโฮจิมินห์ นักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ และรัฐบุรุษคนสำคัญของเวียดนาม กับสิ่งที่เขามอบให้แก่ประเทศชาติและประชาชนของเขา