
บาปบริสุทธิ์เอสซี แอสเสทฯ
บริษัท เอสซี แอสเสทฯ ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับคนในตระกูลชินวัตร ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีนายสมศักดิ์ แซ่อึง และ น.ส.กันทิมา แต้มครู 2 พนักงานบริษัทถูกจับกุมฐานแพร่คลิปเสียงตัดต่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยบริษัทยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพนักงานก็ไม่ได้เป็นผู้ตัดต่อคลิป เพียงแต่รับแผ่นซีดีมาแปลงไฟล์และส่งต่อเท่านั้น
แน่นอนว่า ผู้ต้องหาย่อมมีสิทธิปฏิเสธ และพยายามแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ มาหักล้างข้อกล่าวหา ในขณะเดียวกัน บริษัท เอสซี แอสเสทฯ ในฐานะที่เป็นนิติบุคคลอันอาจเชื่อมโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ก็อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้เพียงเป็นผู้ส่งต่อคลิปอันมีบทพิสูจน์ชั้นต้นแล้วว่าเป็นเท็จ ก็นับว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว ตามพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อถือเป็นความผิดสำเร็จ คำถามต่อไปก็คือว่า พนักงานชั้นผู้น้อยในแผนกธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสซี แอสเสทฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งต่อคลิปตัดต่อเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างเอาจริงเอาจังได้อย่างไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด
กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา แถลงการณ์ของบริษัท เอสซี แอสเสทฯ ระบุตอนหนึ่งว่า “พนักงานของบริษัทที่ถูกกล่าวหาจากเจ้าพนักงานตำรวจ บริษัททราบว่าพนักงานที่ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธในเรื่องที่ถูกกล่าวหาในชั้นจับกุม และในชั้นสอบสวน โดยจะขอทำคำให้การเป็นหนังสือชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน และมิได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ตัดต่อคลิปตามที่เป็นข่าว และพนักงานบริษัทที่ถูกกล่าวหายืนยันข้อเท็จจริงว่า มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มการเมืองทั้งสิ้น” ถึงแม้ว่าบริษัท เอสซี แอสเสทฯ จะปฏิเสธเรื่องนี้ซึ่งเป็นปกติธรรมดาของผู้ต้องสงสัยทั่วไป แต่คลิปเสียงก็ออกมาในจังหวะที่นำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองได้มากมายไม่น่าเชื่อ
คลิปเสียงตัดต่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปรากฏขึ้นในจังหวะที่กลุ่มคนเสื้อแดง วางแผนลับ ลวง พราง ในการบุกปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และช่วงจังหวะการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เดือนเมษายน 2552 ซึ่งในระหว่างการประชุม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ตัวแทนอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ขอให้นำคลิปเสียงมาประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งในที่สุดที่ประชุมต้องมีมติให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยงข้อง รวมทั้งองค์กรเอกชนเข้ามาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ ฉะนั้นการเสนอเรื่องราวของคลิปขึ้นมาในห้วงเวลานี้ ย่อมมีนัยสำคัญทางการเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้



