เต็มไปด้วยความสุขที่ได้มากราบในหลวง ร.9
ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 ทรงช่วยให้มีน้ำกินน้ำใช้
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
นายรังสรรค์ ประเสริฐการ ข้าราชการบำนาญ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาล ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมนายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่เทศบาล กรรมการชุมชน อสม. กรรมการตลาดสด และข้าราชการครู ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสเดินทางมากราบพระองค์ ที่ผ่านมาตนได้นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยปลูกทุกอย่างที่กิน และกินทุกอย่างที่ปลูก เหลือก็แบ่งปันให้ญาติพี่น้องและขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว
"ใน จ.สกลนคร มีโครงการในพระราชดำริมากมาย มีเขื่อนน้ำอูน ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำอุปโภคบริโภค ใช้ทางการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ และยังช่วยรักษาธรรมชาติ รักษาระบบนิเวศน์ ชาวบ้านในพื้นที่มีน้ำเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ได้ตลอดทั้งปีสร้างรายได้ให้กับประชาชน รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้อีกด้วย ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ช่วยให้พวกเราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข" นายรังสรรค์กล่าว
เพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียน นางสมบัติ แสงสุรินท์ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ จึงชักชวนลูกชาย ด.ช.สราวุธ แสงสุรินทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านลาดวิทยาคม จ.นครสวรรค์ มาสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งแรก โดยนางสมบัติ กล่าวภายหลังที่ได้สักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า เดินทางออกจากบ้านที่ จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่เวลา 03.00 น. และมาถึงสนามหลวงเวลา 07.00 น. และได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพตอน 09.30 น. รู้สึกปลื้มใจ เต็มไปด้วยความสุขที่ได้มากราบสักการะในหลวง ร.9 ความเหนื่อยจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้พนมสองมือก้มกราบพระองค์ท่าน ถึงแม้ในชีวิตนี้จะไม่เคยได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯในหลวง ร.9 เลยก็ตาม แต่จากการดูข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ผ่าน ข่าวในพระราชสำนักแล้ว รู้สึกทึ่งว่าพระองค์สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างมากมายขนาดนี้ขนาดตัวเองที่เพียงแค่ทำสวนปาล์มเพียงอย่างเดียวก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดแล้ว แต่พระองค์ท่านกลับทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ที่ไหนแห้งแล้งไม่มีน้ำใช้ในการเกษตร พระองค์ก็ทรงจัดหาแหล่งน้ำให้ อย่างจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อก่อนแห้งแล้งมากไม่มีน้ำในการปลูกข้าว พระองค์ก็พระราชทานฝนหลวง มาให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ในการเกษตร สามารถปลูกข้าวส่งจำหน่ายได้ ส่งผลให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุดที่ทรงมีต่อชาวจังหวัดนครสวรรค์ อย่างหาที่สุดมิได้
"ทุกวันนี้นอกจากปลูกสวนปาล์มเพื่อยังชีพแล้ว ยังได้แบ่งพื้นที่อีกส่วนหนึ่งปลูกผัก ปลูกมันสำปะหลัง และขุดสระเลี้ยงปลา ซึ่งของทุกอย่างที่เหลือกินเหลือใช้จากในบ้านแล้ว ส่วนหนึ่งจะนำไปแบ่งให้เพื่อนบ้าน และนำไปขายที่ตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ส่วนลูกชายเราก็จะสอนให้เขาเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ และตั้งใจเรียนหนังสือ จะได้จบออกมาแล้วมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ดูแลพ่อแม่ และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ อันเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ร.9 ได้อีกทางหนึ่งด้วย" นางสมบัติกล่าว



