
ยิ่งลักษณ์วอนอย่าพุ่งเป้าเอสซีพันคดีคลิปอภิสิทธิ์
ยิ่งลักษณ์ วอนอย่าพุ่งเป้าเอสซี แอสเสท พันคลิปอภิสิทธิ์ เล็งให้ฝ่ายกฏหมายพิจารณาฟ้อง จตุพร ยันเสื้อแดงชุมนุม 5 ก.ย. หากรัฐบาลประกาศใช้พรบ.มั่นคงก็จะเลื่อนไปอีก ศาลรธน.รับคำร้องฝ่ายค้านวินิจฉัยงบ53นัดชี้แจง2ก.ย. 40ส.ว.ค้านแก้รธน.เหตุนักการเมืองได้ปร
(1ก.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงการเผยแพร่คลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีรวะ นายกรัฐมนตรีและตำรวจจับกุมตัวพนักงานบริษัทว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับบริษัท จึงอยากขอให้แยกกัน เพราะบริษัทเอสซีฯทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรจะหาข้อมูลให้ครบก่อน ไม่ใช่มากล่าวหาบริษัททันที เพราะจะทำให้บริษัทเสียหายเนื่องจากบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้บริษัทได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงประชาชนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ และอยากให้มีการตรวจสอบบริษัทอื่นด้วย ไม่ใช่พุ่งเป้ามาที่บริษัทเอสซีเพียงอย่างเดียว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนได้เดินทางไปกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และนางเยาวเรศ ชินวัตร เพื่อไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศสวาซิแลนด์และประเทศแอฟริกาใต้ และเพิ่งเดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวานนี้(31 ส.ค.)
"จตุพร”ยันเสื้อแดงชุมนุม5ก.ย.ขู่"สุรชัย"
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 ก.ย. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถ.พระรามสี่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีไม่ต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงเพื่อควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 5 กันยายนนี้ แต่เตรียมให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเพื่อพิจารณา ว่า คนเสื้อแดงยังคงยึดกำหนดการชุมนุมในวันที่ 5 กันยายนนี้เช่นเดิม ซึ่งหากรัฐบาลจะนัดประชุมครม.เพื่อออกพ.ร.บ.ความมั่นคงอีกครั้งหนึ่งนั้น ก็ขอให้เห็นใจผู้มีหน้าที่ติดรั้วลวดหนามบ้าง การออกพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไม่มีความจำเป็น เนื่องจากคนเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามหากท้ายที่สุดรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงในวันที่ 5 กันยายนี้ คนเสื้อแดงก็จะเลื่อนการชุมนุมออกไปเป็นวันที่ 12 กันยายน และหากรัฐบาลยังจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงอีก คนเสื้อแดงไม่มีปัญหาก็จะนัดชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนซึ่งเป็นวันครบรอบ 3 ปีของการรัฐประหารอย่างแน่นอน โดยจะรวมตัวกันที่พระบรมรูปทรงม้าในเวลา 13.00 น.ก่อนที่จะเดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาลก่อนที่จะสิ้นสุดการชุมนุมในเวลา 24.00 น.ในวันเดียวกัน
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่ม นปช.ที่ประกาศแยกตัวมาตั้งกลุ่ม “แดงสยาม ”ร่วมกับนายจักรภพ เพ็ญแข ระบุว่ากลุ่มสามเกลอสู้เพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีมากกว่าสู้เพื่อประชาชน ว่า ขอยืนยันว่าเป็นความเท็จทั้งสิ้นโดยเฉพาะที่นายสุรชัย ระบุว่าพวกตนแอบไปพบกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพราะการพูดเช่นนี้ถือเป็นการกระทำที่เลวที่สุด ซึ่งจะเป็นการทำลายกระบวนการของคนเสื้อแดง หากตนไม่ตอกกลับบ้างคนฟังก็จะคิดว่าเป็นเรื่องจริง
เมื่อถามว่าสามเกลอจะดำเนินการกับนายจักรภพ เพ็ญแข เช่นเดียวกับนายสุรชัยหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับนายจักรภพยังไม่คิดถึงขนาดนั้น แต่นายจักรภพเป็นคนที่หนีออกไปก่อนที่จะมีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในช่วงเมษายนด้วยซ้ำและยังไปแบบไม่บอกกล่าวเลยซักคำ ถ้านายจักรภพไม่มากระทบกระแทกอะไรพวกตน ตนก็จะไม่สนใจ
ศาลรธน.รับคำร้องฝ่ายค้านวินิจฉัยงบ53นัดชี้แจง2ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่าในวันนี้( 1 ก.ย.)ศาลรัฐธรรมนูญโดยนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีหนังสือแจ้งมายังนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยและส.ส. 45 คน ที่เข้าชื่อร่วมเสนอความเห็นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 มีการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้ส.ส.และกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย ตามมาตรา 168 วรรคหก หรือไม่ หลังนายสุรพงษ์เข้าคำร้องเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา
โดยศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมวันที่ 1 ก.ย.ได้รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา จึงได้นัดให้ไปชี้แจงหรือแสดงความเห็นพร้อมเอกสารหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันพุธที่ 2 ก.ย.นี้เวลา 13.30 น.ที่ห้องประชุมพิจารณาคดี 4 / 2 อาคารศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
40ส.ว.ค้านแก้รธน.เหตุนักการเมืองได้ประโยชน์
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า กลุ่ม 40 ส.ว.จะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับประชาชน แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์คือนักการเมือง และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องของตนเอง ให้คนผิดไม่ได้รับโทษ หาความชอบธรรมโดยอ้างประชาชนว่า อยากให้แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข แต่อยากให้กลับมองอีกด้านว่า แล้วที่ประชาชน 14 ล้านคน ลงประชามติรัฐธรรมนูญ 2550 หมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ความคิดของประชาชนหรือ เพราะฉะนั้น 40 ส.ว.จะคัดค้านกันอย่างเต็มที่ เพราะขัดกับหลักนิติรัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะคัดค้านตัวบุคคล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากที่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านลุกขึ้นทวงถามถึงการแก้ปัญหาบ้านเมืองของคณะกรรมการสมานฉันท์กับรัฐบาลนั้น ล่าสุดได้มีความพยายามเดินเกมของทั้ง 2 สภา ทั้งสภาบน สภาล่าง เพื่อให้ส.ส.และส.ว.เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตัวแทนของส.ส.ที่ทำการล่ารายชื่อคือนายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก พรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นผู้ประสาน ส.ส.เพื่อให้เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าหากแก้ส.ส.จะได้ประโยชน์ในมาตรา 265 ส.ส.สามารถเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี และเลขารัฐมนตรีได้ ส่วนสภาบน นายประสิทธิ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี เป็นผู้ประสานงานล่ารายชื่อ และวิ่งล๊อบบี้ ส.ว.สรรหาโดยระบุว่า หากเห็นด้วยก็จะได้ประโยชน์ในการแก้รัฐธรรมนูญในมาตราที่มาของ ส.ว.สรรหาจะได้อยู่ครบ 6 ปีแลกกับการแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น
ด้านนายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี กล่าวถึงกรณีที่ถูกระบุว่าเป็นแกนนำในการล็อบบี้ ส.ว.เพื่อลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้เป็นการล็อบบี้ หรือช่วยฝ่ายการเมือง แต่ยอมรับว่า มีการพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกมาโดยตลอดตั้งแต่ที่คณะกรรมการสมานฉันเพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตั้งโดยนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้สรุปว่า ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ซึ่งคณะกรรมการฯดังกล่าวก็ประกอบไปด้วย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ก็เห็นตรงกัน ดังนั้นตนเห็นว่า แนวทางดังกล่าวเป็นทางออกในการยุติปัญหาความขัดแย้งไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะเริ่มต้นได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นก็จะทะเลาะกันอยู่อย่างนี้
“ต้องยอมรับว่า มีการพูดคุยกันหลายกลุ่มและหลายเดือนมาแล้ว และไม่ใช่แค่ 6 ประเด็นแต่เป็น 7 ประเด็นโดยรวมเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย เราต้องช่วยกัน ส่วนเรื่องประเด็นที่มาของส.ว.อนาคตควรจะใช้วิธีการเลือกตั้งทั้งหมดและครบวาระ 6 ปี ผมยืนยันไม่ได้มีการต่อรองให้มีการลงชื่อ ผมทำใจแล้วว่า ต้องมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แม้กระทั่งพระพุทธเจ้ายังไม่พ้นเลย“ นายประสิทธิ์ กล่าว



