
"ปณิธาณเสียวอภิสิทธิ์ไป-ไม่ไปยูเอ็นหวั่นไม่ได้กลับ
โฆษกรัฐบาล เสียวสันหลัง นายกฯ ไป-ไม่ไปยูเอ็น ขอประเมิน อ้างข่าวกรอง 19 ก.ย. หลายม็อบเตรียมใช้ความรุนแรง หวั่นซ้ำรอย ทักษิณ มีคนเตือนไม่ให้ไปแต่ไม่ฟัง สุดท้ายโดนยึดอำนาจ พร้อมถก ครม.พิเศษประกาศพ.ร.บ.มั่นคง ทำนายข้ามช็อต แดงจัดทัพม็อบใหญ่คว่ำรัฐ เด
(1ก.ย.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ในการประชุมครม.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผ.อ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ได้ประเมินสถานการณ์ว่าขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงได้ลดระดับความเข้มข้นลงแล้วจึงไม่จำเป็นต้องประกาศควบคุมพื้นที่พิเศษ โดยจะปล่อยให้เป็นการดูแลสถานการณ์ตามปกติ แต่หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นครม.โดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็สามารถเรียกประชุมนัดพิเศษใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงสามารถประกาศใช้กฎหมายพิเศษได้ทันที และไม่จำเป็นว่าต้องประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น เช่นเดียวกับการดำเนินการในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
นายปณิธาน กล่าวว่า การข่าวของรัฐบาลได้แจ้งให้ทราบว่าในวันที่ 5 ก.ย.จะยังไม่มีการชุมนุมใหญ่ แต่ก็ต้องระวังเพราะผู้ชุมนุมไม่ได้ใช้เวลาหลายวันในการเดินทาง แต่สามารถรวมตัวได้อย่างรวดเร็วเพราะมาจากกรุงเทพและปริมณฑล แต่ที่จะมีชุมนุมใหญ่คือวันที่ 19 ก.ย.เนื่องจากเป็นครบรอบการรัฐประหาร โดยจะมีมวลชนจากหลากหลายกลุ่ม และมีรายงานว่าบางกลุ่มต้องการฉวยสถานการณ์ให้ไปสู่ความรุนแรงเพื่อหวังเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะใช้แผนที่เคยเตรียมไว้สำหรับสถานการณ์วันที่ 30 ส.ค.มาใช้ใหม่ได้ คาดว่าจะมีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงล่วงหน้าวันที่ 19 ก.ย.หลายวันเพื่อเตรียมรับมือ
“กลุ่มเสื้อแดงจะเร่งเครื่องในช่วง ก.ย.-ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัญหากรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยจะกระแทกรัฐบาลหนักที่สุดในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียน ที่อ.ชะอำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในเดือนต.ค. เนื่องจากกลุ่มที่คิดว่าล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยาได้ก็จะล้มรัฐบาลได้ยังมีความคิดอยู่ แต่คราวนี้จะอ้างว่าถวายฎีกาไม่สำเร็จเพราะรัฐบาลสกัดกั้น ซึ่งตามจังหวะเวลาแล้วเสื้อแดงต้องล้มรัฐบาลให้สำเร็จก่อนเดือนธ.ค.เพราะหากเข้าช่วงปลายปีแล้วจะไม่มีใครสนใจเพราะจะเข้าสู่ช่วงพักผ่อนและเที่ยวของประชาชน ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่านโยบายเศรษฐกิจต่างๆโดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งที่กำลังจะลงไปจะฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนถ้ารัฐบาลอยู่ถึงต้นปีหน้า จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย”นายปณิธาน กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายปณิธาน กล่าวว่า สำหรับกำหนดการของนายกรัฐมนตรีที่จะเดินทางไปร่วมประชุมใหญ่สมัชชาองค์การสหประชาชาติ และร่วมประชุมจี 20 ที่สหรัฐฯในวันที่ 20-26 ก.ย. นั้น เบื้องต้นจะไม่มีการเลื่อนหรือยกเลิก แต่หากประเมินสถานการณ์ว่าไม่ค่อยดีก็ต้องว่ากันอีกที เพราะสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนรอบข้างประเมินสถานการณ์แล้วก็เตือนไม่ให้ไปแต่อดีตนายกฯไม่ฟัง อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเนื่องจากจะเป็นการส่งสัญญาณสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติว่าประเทศกำลังเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นโอกาสที่จะชี้แจงสถานการณ์การเมืองในประเทศว่ากำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรณรงค์ว่าไทยยังเป็นเผด็จการ ดังนั้นหากนายกฯไม่เดินทางไปนานาชาติก็จะมองว่าเรามีปัญหา เพราะเมื่อครั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปแล้วถูกรัฐประหาร ต่างชาติก็จะคิดว่าวันนี้บ้านเรามีสถานการณ์เช่นเดิม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
โฆษกรัฐบาล ยังประเมินศักยภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ขณะนี้ศักยภาพของพ.ต.ท.ทักษิณ ลดน้อยลง เห็นได้จากไม่สามารถเข้าประเทศใหญ่ๆได้แล้ว เหลือเพียงแต่ประเทศขนาดเล็กและกลางที่ต้องการการลงทุนเท่านั้นที่ยังให้พ.ต.ท.ทักษิณ เคลื่อนไหวได้ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้รับแจ้งจากหลายประเทศว่าเริ่มกังวลที่ให้พ.ต.ท.ทักษิณอาศัยเป็นฐานในการเคลื่อนไหวโฟนอินกระตุ้นให้ประชาชนออกมาชุมนุม แต่โดยมารยาททางการทูตไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าประเทศอะไรบ้าง ส่วนการพบปะกับกษัตริย์ สวาซิแลนด์นั้นก็เป็นเรื่องอธิปไตยของแต่ละประเทศ มั่นใจว่าจะแยกแยะออกว่ามีความสัมพันธ์กับพ.ต.ท.ทักษิณในฐานะผู้ร่วมลงทุน ไม่ใช่ปกป้องนักโทษหนีคดี
“รัฐบาลไทยยืนยันว่าพยายามจับกุมพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะที่มาเลเซีย หวุดหวิดจะจับตัวได้จากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน แต่ติดปัญหาข้อกฎหมายทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีออกไปก่อน ผมได้รับแจ้งว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อาศัยคนรู้จักให้ช่วยพาเข้ามลรัฐ ต่างๆในหลายประเทศ แต่เมื่อรัฐบาลกลางรู้ข่าวก็ต้องรีบหนีออกมา แม้แต่ในประเทศไทยตามผลสำรวจของสำนักต่างๆพบว่าทั้งในภาคเหนือและภาคอิสานนั้น คนที่อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นนายกฯก็ลดน้อยลงมาก ส่วนใหญ่ยอมรับแล้วว่ายุคทักษิณได้จบลงแล้ว แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่อาจจะได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแอบอ้างพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นนายกฯทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นไปได้น้อยมาก”นายปณิธาน กล่าว
ส่วนประเด็นกลุ่มเสื้อแดงที่แตกแยกกันนั้น นายปณิธาน วิเคราะห์ว่า อาจจะเป็นความต้องการของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการจะใช้ยุทธวิธีแบ่งแยกแล้วปกครอง ที่ผ่านมาคนที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ทะเลาะกันเองมากมายแต่สุดท้ายก็แข่งขันกันเพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ พอใจ ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จ่ายเงินน้อยลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดรัฐบาลไทยจึงจับกุมพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ ขนาดขึ้นเครื่องบินผ่านน่านฟ้าไทยก็ตรวจสอบไม่ได้ นายปณิธาน กล่าวว่า การตรวจสอบคนที่อยู่ในเครื่องบินเป็นเรื่องยาก และพ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะใช้ชื่อปลอมหรือใช้พาสปอร์ตของประเทศอื่นเดินทางยิ่งทำให้ตรวจสอบยาก ขนาดสหรัฐฯซึ่งมีเทคโนโลยีมากกว่าเรายังจับบิลลาเดนไม่ได้ แม้แต่ประธานาธิบดีฟูจิโมริ ของเปรู ก็หนีไปหลายปีกว่าจะจับได้



