
สนช.แจงไม่ได้สอดไส้ตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ
กมธ.วิสามัญปิโตรเลียมสนช.แจงวิปยันไม่ได้สอดไส้ตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ โวยกลุ่มคัดค้านพวกเสียประโยชน์“ครูหยุย”เชื่อ100ปีก็ตั้งไม่ได้ เหตุไม่ได้กำหดเวลา
28 มี.ค. มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเชิญคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับที่... พ.ศ..... มาชี้แจงประเด็นการเสนอเพิ่มเนื้อหามาตรา 10/1 เรื่องการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ....) พ.ศ..ที่ถูกม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี คัดค้านอย่างหนัก โดยระบุเป็นการสอดไส้แก้ไขเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ทั้งนี้นายพรเพชรขอให้ประชุมลับในเรื่องดังกล่าว โดยเชิญเจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุม เหลือเฉพาะสมาชิกสนช.เท่านั้น ซึ่งพล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ วิปสนช. ในฐานะประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้แจงยืนยันต่อที่ประชุมวิปสนช.ว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้สอดไส้หรือลักไก่เพิ่มเติมเนื้อหามาตรา 10/1 แต่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง มีการขอความเห็นชอบจากครม. ในการขอแก้ไขหลักการของกฎหมาย และได้รับความเห็นชอบจากครม.แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สกนธ์ชี้แจงว่า การจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการพลังงานในอนาคต อีกทั้งการจัดตั้งบรรษัทดังกล่าวไม่มีการกำหนดระยะเวลาตายตัวว่า จะต้องจัดตั้งให้เสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด คนที่ออกมาคัดค้านส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนด้านพลังงานและคนที่เสียผลประโยชน์ หลังจากที่วิปสนช.ได้รับฟังคำชี้แจงจากกมธ.แล้ว ก็มีความเข้าใจหลักการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว และจะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณาวาระ 2 และ3 ในวันที่ 30 มี.ค.นี้ โดยขอให้กมธ.ทุกคนช่วยชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในประเด็นที่เป็นปัญหาให้สมาชิกสนช.เข้าใจ
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ วิปสนช. กล่าวว่า เนื้อหาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมตามที่กมธ.แก้ไขมาถือว่าเขียนมาได้ดี จึงถูกวิจารณ์ทั้งขึ้นทั้งล่อง ฝ่ายเอ็นจีโอมองว่า ยื้อเวลาเพราะไม่ได้กำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า เป็นการลักไก่ตั้งบรรษัทดังกล่าว ทั้งที่กมธ.พยายามประนีประนอมทั้งสองฝ่าย ส่วนตัวมองว่า การตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเกิดขึ้นได้ยาก เพราะในกฎหมายใช้คำว่าให้จัดตั้งเมื่อมีความพร้อม ซึ่งนิยามคำว่า มีความพร้อมมีความหมายกว้างมากว่า อะไรคือมีความพร้อม ดังนั้นคงเกิดขึ้นได้ยากกว่าการตั้งโรงไฟฟ้าเสียอีก เชื่อว่า 100 ปีก็จัดตั้งไม่ได้
“หมอเจตน์”สวน“หม่อมอุ๋ย” ชี้ สนช.หนุนบรรษัทน้ำมัน ไม่ใช่แค่ 6 ทหาร ชี้แก้ไขไม่ขัดหลักการ ยึดมติครม. แฉพวกโวยเหตุผลประโยชน์มหาศาลถึง 7 แสนล้าน
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) แถลงภายหลังการประชุมว่า กรณีมีข่าวล็อบบี้และผลักดันให้มีการจัดการบรรษัทน้ำมันแห่งชาติในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ...นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะมีผู้แปรญัตติและสงวนความเห็นหลายคน ไม่ใช่เฉพาะทหาร 6 คน แต่ยังมีตน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร และกมธ.เสียงข้างน้อยที่เห็นด้วยให้มีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติเพื่อเข้ามาบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งมีรัฐบาลเข้ามาถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์และเป็นผู้อนุมัติสัญญา
โดยกมธ.ชุดนี้ได้แก้ไขตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่กมธ.ได้สอบถามไปถึง 2 ครั้ง จึงออกมาเป็นมาตรา 10/1 ให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันเมื่อมีความพร้อม ซึ่งจะเป็นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ภาคประชาชนอาจต้องการเวลาที่ชัดเจน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของรัฐบาลเพราะต้องมีการศึกษาก่อน ซึ่งขณะนี้บรรษัทฯยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน ดังนั้นการกำหนดให้มีบรรษัทโดยไม่ได้ระบุชัดว่าควรมีเมื่อไหร่ถือเป็นการยืดหยุ่นทั้งฝ่ายที่ต้องการให้มีทันที กับฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีเลย ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการอภิปรายของสมาชิกสนช.
นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า การแทรกมาตรา 10/1 ในครั้งนี้ไม่ขัดต่อหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.ที่ผ่านหลักการ เพราะเป็นการเพิ่มตามมติครม.ที่สามารถทำได้ ส่วนที่มีการออกคัดค้านและเสนอให้ตัดมาตราดังกล่าวนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะจะเป็นการหักมติครม. สำหรับสาเหตุที่หลายคนออกมาต่อต้านอย่างหนัก เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ออกมาระบุถึงตัวเลขว่ารายได้ของสัมปทานปิโตรเลียมมีมากถึง 7 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ยืนยันว่า สมาชิกสนช. จำนวน 6 คนไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตามที่กล่าวหา แต่เป็นการทำตามมติครม.



