
แนะไทยปรับตัวรองรับศก.โลกฟื้นชี้โครงสร้างเปลี่ยน
ไทยพาณิชย์เสริมเขี้ยวความรู้ให้ลูกค้า ประเมินปีหน้าเศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.5-4% หลังตลาดโลกที่ฟื้นตัว เตือนโครงสร้างการส่งออกเปลี่ยนไทยต้องปรับตัว แนะเกาะติดตลาดจีน ห่วงการท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยง ปีหน้ายอดนักท่องเที่ยวโตราว 6%
ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวในการเปิดงานสัมมนาประจำปีของธนาคารไทยพาณิชย์ ในหัวข้อเรื่อง "กลยุทธ์หลังวิกฤติ ทิศทางปี 2553" ว่า งานสัมมนาประจำปีของธนาคารถือเป็นหนึ่งช่องทางสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนดำเนินธุรกิจของลูกค้า เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรวดเร็วมาก ดังนั้น แหล่งข้อมูลความรู้จึงมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังวิกฤติจะไม่เหมือนเดิม ทำให้ไทยไม่สามารถพึ่งพิงการส่งออกในโครงสร้างเดิมได้ แต่จะขึ้นกับปัจจัยผลักดันใหม่ เช่น การใช้จ่ายของจีน การใช้จ่ายภายในประเทศตามโครงสร้างประชากรไทยที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโอกาสทางธุรกิจด้านใหม่ๆ ที่สามารถเติบโตตามการใช้จ่ายของปัจจัยดังกล่าว และส่งผลดีกับไทยในระยะยาว
สำหรับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2553 นั้น มองว่า จีดีพีน่าจะขยายตัวได้ราว 3.5-4% ตามการค่อยฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออก และแรงเสริมจากภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวยังคงมีความเสี่ยงอยู่ โดยคาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาขยายตัวได้ราว 6% ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับไปดีเหมือนช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ
ด้านนายชาตรี โสตางกูร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบริหารการเงิน และหัวหน้ากองทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน ว่าสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ของโลก เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติในครั้งนี้น้อยที่สุด นอกจากนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มเกินดุลอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในอนาคตด้วย
อย่างไรก็ตาม การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยยังเป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ สำหรับภาคธุรกิจ เพราะการที่อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้สะท้อนว่าในอนาคตอัตราแลกเปลี่ยนจะไม่มีความผันผวนแต่อย่างใด ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ธนาคารมีมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ รวมถึงสภาพคล่องในตลาดเงินระยะสั้นที่ยังมีอยู่ในปริมาณที่สูงมาก



