ซึ้งใจ "ในหลวง ร.9 สอนให้รักสามัคคี"
ประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตรเข้าถวายความอาลัย เป็นวันที่ 146
วันที่ 28 มีนาคม บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนจากทั่วประเทศเข้าถวายความอาลัย เป็นวันที่ 146 วันนี้เจ้าหน้าที่เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.50 น. ให้กลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นได้เข้าไปก่อนต่อด้วยประชาชนทั่วไปเดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบท่ามกลางสภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใสในช่วงเช้าและแดดร้อนจัดในช่วงบ่าย
นายประวัติ นามปัญญา อายุ 57 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นำคณะครูและบุคลากรทางการศึกษารวม 50 คน มากราบสักการะพระบรมศพด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ กล่าวว่า นัดแนะกันแล้วออกเดินทางโดยรถบัสตั้งแต่เวลา 22.00 น.วานนี้ มาถึงบริเวณท้องสนามหลวงเวลา 04.00 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพมนเวลา 07.00 น. แต่ละคนรู้สึกปลาบปลื้มใจ ด้วยตลอดชีวิตได้เห็นในหลวง ร.9 ทรงงานอย่างไม่มีวันหยุด เพื่อพสกนิกรของพระองค์มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เราเป็นข้าราชการครูถือว่าได้ทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท โดยน้อมนำพระราชดำรัสเรื่องความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่มาใช้ในการทำงาน พร้อมๆ กับตั้งใจอบรมสั่งสอนเยาวชนให้เป็นคนดี เรามีหน้าที่สร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติต่อ เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นข้าของพระราชา
"ในฐานะที่พวกเราเป็นข้าราชการครู เราเคารพและศรัทธาในพระองค์ท่าน ได้เห็นความยากลำบากของท่าน ขนาดเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังลงมาช่วยเหลือ เพชรบูรณ์มีชาวเขาอยู่เยอะ พระองค์เสด็จไปเยี่ยมให้กำลังใจ ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติตั้งแต่ยังไม่มีการแบ่งสีเสื้อ ทรงสอนให้พวกเรารู้รักสามัคคีมาตลอด อีกทั้งทรงปลูกฝังเรื่องการเป็นคนดี รักพ่อแม่ เชื่อฟังครูอาจารย์ ที่บ้านผมติดรูปในหลวง ร.9 ไว้สักการะหลายใบไม่ว่าจะมาจากปฏิทิน หนังสือ หนังสือพิมพ์ ไม่เคยทิ้งเลย จะรักและเทิดทูนพระองค์ท่านอย่างนี้ตลอดไป" นายประวัติ กล่าวด้วยความซาบซึ้ง
นางสมสมัย สุวรรณคำ อายุ 65 ปี ชาวจ.ชัยภูมิ เดินทางพร้อมชมรมผู้สูงอายุ รวม 30 คน โดยได้รวบรวมเงินเหมารถตู้ 2 คัน ออกเดินทางตั้งแต่เวลา 20.00 น.และได้แวะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่วัดปทุมคงคา ก่อนจะมาต่อแถวกราบสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งแรกที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ รู้สึกตื้นตันใจ โดยก่อนหน้านี้ระหว่างที่พระองค์ประชวรก็ได้ไปลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราช และเมื่อเปลี่ยนให้มาถวายพระพรที่ศาลาสหทัยสมาคม ก็เดินทางมาเช่นกัน
“ประทับใจพระองค์ท่านที่ไม่ทรงถือพระองค์ ทรงเข้าถึงประชาชนทุกชนชั้น ระกว่างที่เข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมกาปราสาทได้อฐิษฐานถึงพระองค์ท่านให้เสด็จสู่สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และขอให้พระองค์ท่านคุ้มครองคนไทย ให้คนไทยทุกคนมีความสามามัคคีไม่แตกแยก นอกจากนี้ยังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิต ปลูกพืชผัก กินอยู่ไม่ฟุ่มเฟือย และเก็บออม” นางสมสมัยกล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.มีจำนวนทั้งสิ้น 25,744 คน รวม 145 วัน มียอดสะสม 5,647,603 คน และมีการทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล 3,524,983.25 รวม 145 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 467,646,411.59 บาท



