ข่าว

"รสนา"จี้"อภิสิทธิ์"ทบทวนมติกพช.อนุมัติชดเชยก๊าซเอ็นจีวี

"รสนา"จี้"อภิสิทธิ์"ทบทวนมติกพช.อนุมัติชดเชยก๊าซเอ็นจีวี

01 ก.ย. 2552

"รสนา" ยื่นหนังสือ "อภิสิทธิ์" ทบทวนมติ กพช. อนุมัติชดเชยก๊าซเอ็นจีวี ชี้เอาเปรียบประชาชน เหตุ ปตท.เป็นผู้ครองตลาดรายเดียว หวั่นนำเงินหนุนแท็กซี่เปลี่ยนถังเอ็นจีวี มีการล็อคสเปคเปิดช่องทุจริต

 ที่รัฐสภา - น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทึจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้ ยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กพช.) เพื่อให้ทบทวนมติ กพช. ที่อนุมัติให้มีการชดเชยก๊าซเอ็นจีวี ให้กับ ปตท. เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2552 ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุที่ให้ทบทวนมติ กพช. เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรใช้กองทุนน้ำมันอย่างบิดเบือน เพราะ

 1. กองทุนน้ำมันเป็นเงินที่เก็บจากประชาชนผู้ใช้น้ำมันเบนซิน เพื่อไว้พยุงราคาน้ำมันในกรณีที่น้ำมันดิบในตลาดโลกมีราคาสูงขึ้น จึงไม่ควรนำกองทุนน้ำมันไปชดเชยเกี่ยวกับก๊าซทั้งแอลพีจีและเอ็นจีวี รวมทั้งกิจการที่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ เป็นกิจการผูกขาดทั้งระบบ ทำให้มีกำไรมหาศาล โดยมีกำไรเบื้องต้นก่อนหักค่าใช้จ่ายสูงถึง 75.87 เปอร์เซ็นต์ 2. ต้นทุนเอ็นจีวีไม่มีราคาอ้างอิง เพราะ ปตท. เป็นผู้ผูกขาดรายเดียว ซึ่งผิดหลักกลไกตลาดเสรีที่ตลาดเป็นผู้กำหนดราคา ทำให้มีการกำหนดราคาตามใจชอบ และปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้แบกรับภาระ

 น.ส.รสนา กล่าวว่า 3.ครม.มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เป็นผู้เจรจาตกลงกับ ปตท. และอนุมัติจ่าายเงินได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของ กพช.อีก จึงเป็นสิ่งที่ขาดธรรมาภิบาลอย่างยิ่ง อีกทั้งคณะกรรมการใน กบง. ยังเป็นกรรมการในเครือของบริษัท ปตท.อีกด้วย เรื่องนี้จึงเท่ากับมอบเช็คเปล่าให้กับ ปตท. ในการเติมตัวเลขที่อนุมัติไว้ไม่เกินปีละ 3,600 ล้านบาท และ 4. การนำเงิน 1,200 ล้านบาท จากกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนให้รถแท็กซี่ 30,000 คัน มูลค่าคันละ 40,000 บาท ทั้งที่ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 30,000-35,000 บาทเท่านั้น และการเปลี่ยนถังแอลพีจีเป็นเอ็นจีวีมีการล็อกสเปกให้มีเพียง 3 บริษัท เป็นผู้รับสิทธิในการติดตั้ง ซึ่งถือว่าเปิดช่องทางให้เกิดการทุจริตได้